สุดสยอง! อดีตเจ้าของที่เก็บศพเจอคุก 20 ปี ฐานแอบขายชิ้นส่วนศพกว่า 560 ศพ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมแกน เฮสส์ และ เชอร์ลีย์ คอช แม่-ลูกอดีตเจ้าของสถานที่ประกอบพิธีฌาปนกิจ ในรัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐ ถูกศาลตัดสินจำคุก 20 ปี และ 15 ปีตามลำดับ เมื่อวันที่ 3 มกราคม ฐานฉ้อโกงญาติของผู้เสียชีวิตหลังทั้งคู่ทำการผ่าศพจำนวน 560 ศพ เพื่อนำชิ้นส่วนศพไปขายโดยไม่ได้รับอนุญาต
เมแกน เฮสส์ วัย 46 ปี เจ้าของ ซันเซท เมซา สถานที่ประกอบพิธีฌาปนกิจ และ ดอเนอร์ เซอร์วิส บริษัทชิ้นส่วนมนุษย์ ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารเดียวกันในเมืองมอนท์โรส รัฐโคโลราโด กล่าวให้การรับสารภาพในข้อหาฉ้อโกงเมื่อเดือนกรกฎาคม 2022 ทำให้เธอถูกตัดสินจำคุก 20 ปี นอกจากนั้นแล้ว เชอร์ลีย์ คอช วัย 69 ปี แม่ของเฮสส์ ให้การรับสารภาพด้วยเช่นกัน และถูกตัดสินจำคุก 15 ปี โดยหน้าที่หลักของเชอร์ลีย์คือการหั่นศพ
อัยการเปิดเผยรายละเอียดของการกระทำความผิดว่า เฮสส์หลอกลวงครอบครัวผู้เสียชีวิตกว่า 200 ครอบครัว ว่าได้นำศพไปฌาปนกิจแล้ว แต่แท้จริงแล้ว เฮสส์กลับนำศพไปผ่าชิ้นส่วนและแอบนำชิ้นส่วนศพไปขายโดยไม่ได้รับอนุญาต ด้านบรรดาสถานที่ฝึกสอนการผ่าตัด และบริษัทอื่นๆ ที่รับซื้อชิ้นส่วนแขน ขา หัว และลำตัวจากเฮสส์กล่าวว่าไม่ทราบว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่รับซื้อมาเป็นการได้มาโดยมิชอบ
นายทิม เนฟ อัยการกล่าวขณะยื่นฟ้องต่อศาลว่า “เฮสส์และคอชใช้สถานที่ประกอบพิธีศพของพวกเธอในการขโมยร่าง และชิ้นส่วนมนุษย์จากการหลอกลวงและปลอมแปลงแบบฟอร์มบริจาคอวัยวะ” พร้อมทั้งกล่าวอีกว่าการกระทำของแม่ลูกคู่นี้ได้สร้างความเจ็บปวดทางจิตใจอย่างมหาศาลต่อครอบครัว และญาติผู้เสียชีวิต
ในการยื่นฟ้องต่อศาล บรรดาอัยการได้เน้นย้ำถึงความน่าสยดสยองของการกระทำความผิดของเฮสส์ และพร้อมทั้งเผยว่านี่คือหนึ่งในคดีที่เกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดคดีหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐระยะหลัง ส่วนนางสาวคริสตีน เอ็ม อาร์กูเอลโล ผู้พิพากษากล่าวในการฟังคำตัดสินว่า “นี่คือคดีที่ฉันรู้สึกเหนื่อยใจที่สุดตั้งแต่เป็นผู้พิพากษามา” พร้อมทั้งกล่าวอีกว่า “เป็นที่น่ากังวลต่อศาลที่เฮสส์ปฏิเสธที่จะแสดงความรับผิดชอบใดๆ ต่อการกระทำของเธอ”
ทนายความของเฮสส์กล่าวว่าแท้จริงแล้วเฮสส์เป็นคนที่ไม่ปกติ และการกระทำของเธออาจเป็นผลมาจากอาการบาดเจ็บทางสมอง ที่ตัวของเฮสส์ได้รับเมื่ออายุ 18 ปี โดยเจ้าตัวปฏิเสธที่จะให้การต่อศาล ส่วนคอชกล่าวกับผู้พิพากษาว่า ตนรู้สึกเสียใจ และขอรับผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น
การสอบสวนคดีดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นหลังสำนักข่าวรอยเตอร์ได้เผยแพร่บทความเชิงสืบสวนถึงการขายชิ้นส่วนมนุษย์ในประเทศสหรัฐ ระหว่างปี 2016 และปี 2018 ซึ่งอดีตคนงานของทั้งสองแม่ลูกเผยกับรอยเตอร์ว่า เฮสส์และคอช ได้แยกชิ้นส่วนศพที่ครอบครัวนำมาประกอบพิธีโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากที่หลังบทความหนึ่งของปี 2018 ถูกเผยแพร่เพียงไม่กี่สัปดาห์ สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ก็ได้เข้าตรวจสอบสถานที่ประกอบพิธีศพของทั้งสองแม่ลูกทันที
กฎหมายของสหรัฐประกาศห้ามมิให้ผู้ใดขายอวัยวะ เช่น หัวใจ ไต และเส้นเอ็น เพื่อนำไปปลูกถ่าย โดยอวัยวะดังกล่าวต้องได้มาจากการบริจาคเท่านั้น อย่างไรก็ดี การขายชิ้นส่วนศพ เช่น หัว แขน และกระดูกสันหลัง เพื่อจุดประสงค์ในการนำไปศึกษานั้นไม่ได้ถูกบัญญัติในกฎหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐ

