‘มาร์กอส’ เยือนจีน หารือ ‘สี’ ข้อพิพาททะเลจีนใต้-ความร่วมมือ ศก.
จีนและฟิลิปปินส์ระบุผ่านแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 5 มกราคมว่า ทั้ง 2 ชาติตกลงที่จะสร้างช่องทางการสื่อสารโดยตรงระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของจีนและฟิลิปปินส์ เพื่อพูดคุยกันและจัดการประเด็นข้อพิพาทในทะเลจีนใต้อย่างสันติ
การแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วยข้อตกลง 14 เรื่องซึ่งมีเป้าหมายในการลดความตึงเครียดทางความมั่นคงและกระตุ้นความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างจีนและฟิลิปปินส์ เกิดขึ้นขณะที่ทั้ง 2 ฝ่ายมุ่งมั่นที่จะรักษาความร้าวฉานทางความสัมพันธ์ หลังจากที่ศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศตัดสินให้ฟิลิปปินส์ชนะคดีข้อพิพาทดังกล่าวในปี 2016 ที่ทำให้การอ้างกรรมสิทธิ์เหนือทรัพยากรในทะเลจีนใต้ของจีนเป็นโมฆะ ซึ่งทางฟิลิปปินส์ได้ยกข้อกังวลต่อการที่มีรายงานว่าจีนได้สร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ และเคลื่อนไหวกองเรือในพื้นที่พิพาทดังกล่าว ซึ่งอุดมไปด้วยน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และทรัพยากรประมง
แถลงการณ์ร่วมในครั้งนี้เผยแพร่หลังจากที่ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ของฟิลิปปินส์ เดินทางเยือนจีนเป็นเวลา 3 วันและพบปะหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเมื่อวันที่ 4 มกราคม ซึ่งผู้นำทั้ง 2 ชาติยืนยันว่าประเทศของตนจะเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน
จีนและฟิลิปปินส์ยังมีความเห็นตรงกันที่จะกลับมาเจรจาในเรื่องการสำรวจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในทะเลจีนใต้ และหารือกันในเรื่องความร่วมมือในด้านต่างๆ ซึ่งรวมถึงยานพาหนะที่ใช้พลังงานสีเขียวจากไฟฟ้า ลม และแสงอาทิตย์ รวมถึงพลังงานนิวเคลียร์ ขณะที่ยามชายฝั่งจากจีนและฟิลิปปินส์จะพบกันอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อหารือเรื่องความร่วมมือในการปฏิบัติจริง
ทั้งสองประเทศจะพิจารณาการแจ้งกันและกันเมื่อมีการยิงจรวดเกิดขึ้น และจะประสานงานกันในการเก็บกู้ซากจรวด เนื่องจากเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เศษซากจากจรวดจีนตกลงที่ทะเลจีนใต้ ซึ่งทางยามชายฝั่งจีนกลับยับยั้งไม่ให้ยามชายฝั่งฟิลิปปินส์ลากมันออกไป
อีกทั้ง จีนและฟิลิปปินส์ได้เน้นย้ำความสำคัญของการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพ รวมถึงเสรีภาพในการเดินเรือและบินเหนือทะเลหลวงในพื้นที่ทะเลจีนใต้ และจะมีการจัดการเจรจาประจำปีในเรื่องความมั่นคง
ในเรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจ จีนตกลงที่จะนำเข้าสินค้าจากฟิลิปปินส์มากขึ้น ด้วยเป้าหมายในการสร้างการค้าแบบทวิภาคีที่มีมูลค่าเช่นเดียวกับหรือมากกว่าก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 และทั้งสองฝ่ายสัญญาที่จะกระตุ้นยอดการท่องเที่ยว และเที่ยวบินระหว่างประเทศให้เทียบเท่ากับระดับก่อนที่จะเกิดวิกฤตทางสาธารณสุขระดับโลกดังกล่าว
นอกจากนี้ จีนและฟิลิปปินส์ยังจะร่วมมือกันในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ซึ่งจีนเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกวัคซีนดังกล่าวรายใหญ่ของโลก และทั้ง 2 ฝ่ายยังได้ต่ออายุข้อตกลง “ข้อริเริ่มแถบและเส้นทาง” (บีอาร์ไอ) อีกด้วย
(รอยเตอร์)

