หน้าแรก ต่างประเทศ สะพานแห่งกาลเ...

สะพานแห่งกาลเวลา : ‘เอ็กซ์บีบี.1.5’ โควิดอันตรายสายพันธุ์ใหม่

9.01.23 | 13:55 น.
(ภาพ-Reuters)

โควิด-19 ยังคงไม่ไปจากเราง่ายๆ ยังสามารถสร้างความกังวลให้เราต้องเฝ้าจับตามอง เฝ้าดูวิวัฒนาการของมันอยู่ตลอดเวลาไปอีกนานไม่น้อย

ล่าสุด เชื้อโควิดโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยใหม่ ที่ทำให้นักไวรัสวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์เป็นกังวลขึ้นมาอีกครั้ง ก็คือเจ้า “เอ็กซ์บีบี.1.5” (XBB.1.5) ที่กำลังอาละวาดหนักอยู่ในสหรัฐอเมริกาในเวลานี้

ที่น่าสนใจก็คือ จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าสายพันธุ์ เอ็กซ์บีบี.1.5 นี้เกิดขึ้นครั้งแรกที่ไหน แต่ในสหรัฐอเมริกา พบเชื้อตัวนี้ครั้งแรกเมื่อราวปลายเดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยพบครั้งแรกที่รัฐคอนเนทิคัต และนิวยอร์ก

ถึงต้นเดือนธันวาคม สำนักงานเพื่อการควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) ของสหรัฐอเมริกาประเมินว่า เอ็กซ์บีบี.1.5 ระบาดอยู่คิดเป็นสัดส่วนเพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อทั้งหมดในประเทศ

แต่พอถึงสิ้นเดือนธันวาคม เอ็กซ์บีบี.1.5 กลับพบระบาดหนักขึ้นคิดเป็นอัตราส่วนสูงถึง 41 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด

Advertisement

กลายเป็นเชื้อที่ครองแชมป์ระบาดในสหรัฐอเมริกาไปภายในชั่วระยะเวลาเพียงเดือนเดียว

จากการจำแนกพันธุกรรม นักวิทยาศาสตร์พบว่า โอมิครอน เอ็กซ์บีบี.1.5 เกิดขึ้นจากการกลายพันธุ์ของเชื้อโอมิครอนที่กลายพันธุ์มาแล้วตัวหนึ่ง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกว่าสายพันธุ์ย่อยเอ็กซ์บีบี (XBB)

เอ็กซ์บีบี เคยระบาดอยู่ในอังกฤษในราวเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา แล้วก็เคยก่อให้เกิดการระบาดระลอกใหญ่ขึ้นทั้งใน สิงคโปร์และอินเดีย กับประเทศอื่นๆ อีกรวมแล้วมากถึง 70 ประเทศ

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เอ็กซ์บีบี เกิดมาจากการกลายพันธุ์ไขว้กันของเชื้อโควิดสายพันธุ์เดิม 2 ตัว คือ BA.2.75 กับ BA.2.10.1

โดยนักวิทยาศาสตร์คาดว่าคงจะมีใครสักคนติดเชื้อสายพันธุ์บีเอ.2 ทั้ง 2 ตัวพร้อมๆ กัน เปิดโอกาสให้มัน “สว็อป” รหัสพันธุกรรมกันได้ ผลที่ได้ก็คือเจ้าเอ็กซ์บีบีที่มีลักษณะทางพันธุกรรมต่างออกไป 14 ตำแหน่งในบริเวณสไปก์ โปรตีน

ความแตกต่างดังกล่าว ส่งผลให้เจ้าเอ็กซ์บีบีสามารถเลี่ยงหนีจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย (ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากการติดเชื้อมาก่อนหน้านี้ หรือเกิดจากการฉีดวัคซีนก็ตาม) แต่ในเวลาเดียวกัน ความแตกต่างดังกล่าวก็ทำให้มันเกาะตัวเข้ากับเซลล์ในร่างกายมนุษย์ได้แย่ลงกว่าเดิม

เอ็กซ์บีบี.1.5 เป็นวิวัฒนาการอีกลำดับของเอ็กซ์บีบีที่เกิดการกลายพันธุ์อีกครั้ง ศาสตราจารย์เวนดี้ บาร์เคลย์ ผู้เชี่ยวชาญไวรัสจาก อิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ระบุว่า ตำแหน่งกลายพันธุ์ที่สำคัญที่สุดของเอ็กซ์บีบี.1.5 จากเอ็กซ์บีบี ก็คือตำแหน่ง F486P เพราะมันเป็นการฟื้นฟูศักยภาพในการเกาะติดเข้ากับเซลล์ในร่างกายมนุษย์ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ให้มีประสิทธิภาพเหมือนเดิม

เอ็กซ์บีบี.1.5 จึงมีทั้งความสามารถในการหลีกเลี่ยงภูมิคุ้มกัน และในเวลาเดียวกันก็สามารถเกาะติดเข้ากับเซลล์ในร่างกายคนได้ง่ายและดีขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มันแพร่ระบาดได้เร็วมาก

มาเรีย ฟาน เคอร์โคฟ หัวหน้าฝ่ายเทคนิคการแพทย์ขององค์การอนามัยโลกสรุปเอาไว้ว่า เอ็กซ์บีบี.1.5 คือ สายพันธุ์ย่อยที่สามารถแพร่ระบาดได้เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีการตรวจพบมา

องค์การอนามัยโลกแถลงเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมาว่า พบเอ็กซ์บีบี.1.5 แล้วใน 29 ประเทศ แต่นักวิทยาศาสตร์และนักไวรัสวิทยาเตือนว่าอาจจะมากกว่านั้น เพราะมันอาจแพร่ระบาดอยู่อย่างเงียบๆ เนื่องจากหลายต่อหลายประเทศพากันยกเลิกระบบการตรวจหาเชื้อโควิดกันไปแล้ว

ในหลายประเทศที่ตรวจพบ ก็ยังพบเป็นการแพร่ระบาดอยู่เป็นสัดส่วนไม่มากนัก ยกเว้นในสหรัฐอเมริกาอย่างที่ว่ามาแล้ว ในอังกฤษเมื่อกลางเดือนธันวาคม เอ็กซ์บีบี.1.5 แพร่อยู่คิดเป็นสัดส่วน 4 เปอร์เซ็นต์ ส่วนในแคนาดา พบแค่เพียงไม่กี่รายเท่านั้น

แต่ไม่แน่นัก ตัวเลขสัดส่วนเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว เพราะขีดความสามารถในการแพร่ระบาดของเชื้อตัวนี้

ทั้งองค์การอนามัยโลกและผู้เชี่ยวชาญทั่วไปยังคงยอมรับว่า ข้อมูลเกี่ยวกับเอ็กซ์บีบี.1.5 ยังคงจำกัดอยู่มาก โดยเฉพาะในแง่ของความรุนแรงในการก่อโรค อันหมายถึงการทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการหนักจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หรือทำให้ร้ายแรงถึงแก่ชีวิตได้

แต่รายงานวิจัยทางการแพทย์ล่าสุดเกี่ยวกับตัวเชื้อที่มีคุณลักษณะทำนองเดียวกับเอ็กซ์บีบี ผู้ทำวิจัยเคยเตือนไว้ว่า เชื้อในลักษณะนี้สามารถ “เป็นภัยคุกคามร้ายแรง” ได้ เนื่องจากระบาดได้เร็ว เลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดี จึงก่อให้เกิดผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก และอาจมีผลร้ายแรงเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัวได้

เหมือนเช่นในสหรัฐอเมริกาที่อัตราส่วนการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลของผู้ติดเชื้อโควิด กลับมาพุ่งสูงมากอีกครั้งในเวลานี้