ความตกลงหยุดยิงในซีเรียโดยประเทศมหาอำนาจต่างๆ จะมีผลบังคับใช้ภายในสุดสัปดาห์นี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติความโหดร้ายในสงครามกลางเมืองของซีเรียที่ยืดเยื้อมานานหลายปี แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาปรากฏว่าการสู้รบในซีเรียกลับทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นโดยมีผู้เข้าร่วมสังฆกรรมรายใหม่อย่างซาอุดิอาระเบียอีกด้วย
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตุรกีประกาศว่าเครื่องบินของกองทัพซาอุดีอาระเบียจะเข้าร่วมปฏิบัติการกับกองกำลังของชาติพันธมิตรซึ่งนำโดยสหรัฐในปฏิบัติการโจมตีกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอสในซีเรีย ขณะที่ตุรกีและกาตาร์กำลังพิจารณาที่จะส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าร่วมรบ
ขณะเดียวกันกระทรวงการต่างประเทศซีเรียได้ส่งหนังสือถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกล่าวหาตุรกีว่ายิงถล่มกองกำลังรัฐบาลทางตอนเหนือของซีเรีย ทั้งยังส่งมือปืนและอาวุธเข้ามาในซีเรียด้วย
อย่างไรก็ดีแม้การหยุดยิงจะเกิดขึ้นตามกำหนดเวลาได้จริง ก็ยังคงมีคำถามเกี่ยวกับบทบาทของรัสเซียในการปฏิบัติการโจมตีทางอากาศภายในซีเรียเพื่อเปิดทางให้กองกำลังของรัฐบาลซีเรีย และกองกำลังชาวเคิร์ทเข้ายึดครองพื้นที่ทางตะวันออกของเมืองอเลปโป ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังต่อต้านรัฐบาลตั้งแต่ปี 2555

