หน้าแรก ต่างประเทศ มาเลย์กร้าว ง...

มาเลย์กร้าว งดส่งออกน้ำมันปาล์มให้ ‘อียู’ ตอบโต้ กม.ใหม่ด้านสิ่งแวดล้อม

12.01.23 | 19:02 น.
(REUTERS)

มาเลย์กร้าว งดส่งออกน้ำมันปาล์มให้ ‘อียู’ ตอบโต้ กม.ใหม่ด้านสิ่งแวดล้อม

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 12 มกราคมว่า มาเลเซียกล่าวว่าอาจทำการหยุดส่งออกน้ำมันปาล์มไปยังสหภาพยุโรป (อียู) เพื่อตอบโต้กฎหมายใหม่ของอียู ที่มีเป้าหมายในการปกป้องผืนป่าด้วยการควบคุมการซื้อขายสินค้าที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด

ฟาดิลลาห์ ยูซอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเพาะปลูกและสินค้ามาเลเซีย กล่าวว่า มาเลเซียและอินเดียจะหารือกันเกี่ยวกับกฎหมายของอียูดังกล่าว ที่จะระงับการซื้อขายน้ำมันปาล์มและสินค้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับการตัดไม่ทำลายป่า ถ้าผู้นำเข้าไม่สามารถยืนยันได้ว่าสินค้าของพวกเขานั้นไม่ได้สร้างผลกระทบต่อป่าไม้

กฎหมายนี้ซึ่งผ่านการยอมรับแล้วเมื่อเดือนธันวาคม ได้ก่อให้เกิดเสียงคัดค้านจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ของโลก เนื่องจากอียูเป็นภูมิภาคที่นำเข้าสินค้าดังกล่าวรายหลัก

“หากจำเป็นที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเพื่อตอบโต้การเคลื่อนไหวใดก็ตามของอียู เราก็ต้องทำ หรือตัวเลือกอาจเป็นการที่เราหยุดส่งออกไปยังยุโรป และมุ่งเน้นไปที่ประเทศอื่นๆ แทน หากอียูสร้างความยากลำบากในการส่งออกสินค้าไปยังภูมิภาคเขาให้กับเรา” ฟาดิลลาห์กล่าว

ฟาดิลลาห์ ผู้ควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยังเรียกร้องให้สมาชิกสภาประเทศผู้ผลิตน้ำมันปาล์ม (CPOPC) ร่วมมือกันต้านกฎหมายใหม่นี้ และต่อสู้กับ “ข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูล” ของอียูและสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับประเด็นความยั่งยืนของน้ำมันปาล์ม

Advertisement

มิคาลิส โรคัส เอกอัครราชทูตอียู กล่าวว่า กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้อย่างเท่าเทียมต่อสินค้าที่ผลิตโดยประเทศใดก็ตาม ซึ่งรวมถึงชาติสมาชิกอียู และมีเป้าหมายในการรับรองว่าการผลิตสินค้าจะไม่ทำให้เกิดการทำลายป่าหรือการทำให้ป่าเสื่อมโทรมเพิ่มเติม พร้อมเสริมว่าตนตั้งตารอที่จะพบกับฟาดิลลาห์เพื่อผ่อนคลายข้อกังวล

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าอุปสงค์น้ำมันปาล์มของอียูจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 10 ปีข้างหน้า แม้ก่อนที่จะมีการตกลงกฎหมายฉบับล่าสุดนี้ โดยในปี 2018 คำสั่งด้านพลังงานหมุนเวียนของสหภาพยุโรปบังคับให้มีการเลิกใช้เชื้อเพลิงขนส่งจากปาล์มภายในปี 2030 เนื่องจากเห็นว่ามีความเชื่อมโยงกับการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งมาเลเซียและอินโดนีเซียได้ยื่นเรื่องดังกล่าวต่อองค์การการค้าโลกแยกกัน โดยอ้างว่ามาตรการด้านพลังงานนี้เลือกปฏิบัติและเป็นการตั้งกำแพงทางการค้า

นอกจากนี้ อินโดนีเซียและมาเลเซีย ประกาศที่จะทำงานร่วมกันเพื่อต่อสู้กับการเลือกปฏิบัติต่อน้ำมันปาล์ม หลังการพบกันระหว่างนายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยทั้งสองยืนยันร่วมกันว่า จะต่อสู้กับการเลือกปฏิบัติดังกล่าวและเสริมสร้างความร่วมมือผ่านสภาประเทศผู้ผลิตน้ำมันปาล์มเพื่อจัดการกับข้อห่วงกังวล หลังสหภาพยุโรปประกาศแผนที่จะเลิกใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันปาล์มภายในปี 2573 เพราะเห็นว่ามีความเชื่อมโยงกับการตัดไม้ทำลายป่า