รัสเซียยิงขีปนาวุธชุดใหญ่ถล่มยูเครน มุ่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
รัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนด้วยขีปนาวุธระลอกใหม่ในวันที่ 14 มกราคม มุ่งทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน รวมถึงอพาร์ตเมนต์สูง 9 ชั้น ในเมืองดนิโปร ซึ่งอยู่ทางตะวันออกตอนกลางของยูเครน เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย
ผู้ว่าการภูมิภาคดนีปรอแปตร็อวสก์ระบุว่า หน่วยกู้ภัยทำงานอย่างหนักตลอดทั้งคืนเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต โดยสามารถช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังออกมาได้แล้ว 38 ราย และมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 64 ราย
ขณะเดียวกันผู้ว่าการภูมิภาคอีกรายหนึ่งระบุว่า กองกำลังยูเครนกำลังต่อสู้เพื่อรักษาการควบคุมเมืองโซเลดาร์ ในภูมิภาคโดเนตสค์ ทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของรัสเซียก่อนหน้านี้ที่ว่า กองกำลังรัสเซียได้เข้ายึดเมืองขนาดเล็กแห่งนี้ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ มีรายงานว่า รัสเซียได้ยกเลิกกำหนดการเปลี่ยนตัวนักโทษกับยูเครนในนาทีสุดท้าย โดยหน่วยงานของยูเครนที่รับผิดชอบเรื่องการบริหารจัดการนักโทษชี้ว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่กรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของยูเครนกล่าวหาว่า มีรายงานการขู่กรรโชกทหารรัสเซียขณะถูกจองจำในยูเครน
ด้านนายริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประกาศว่าจะส่งรถถัง Challenger 2 ซึ่งเป็นรถถังหลักของกองทัพอังกฤษให้ยูเครน เพื่อนำไปใช้ในปฏิบัติการป้องกันประเทศและช่วยให้ยูเครนสามารถผลักดันกองทัพรัสเซียให้ถอยร่นกลับไป
ขณะที่รัสเซียออกมาระบุว่า การที่นานาประเทศจัดหาอาวุธเพิ่มเติมให้กับยูเครนมากขึ้น จะยิ่งทำให้ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียเข้มข้นยิ่งขึ้น และทำให้พลเรือนบาดเจ็บล้มตายมากขึ้นด้วย

