เอ็กซ์โป 2028 ภูเก็ต “Future of Life: Living in Harmony, Sharing Prosperity.”

เอ็กซ์โป 2028 ภูเก็ต
“Future of Life: Living in Harmony, Sharing Prosperity.”

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญคณะทูตานุทูต กงสุลกิตติมศักดิ์ต่างประเทศประจำประเทศไทย หอการค้าต่างประเทศ หอการค้าร่วมต่างประเทศประจำประเทศไทย และภาคเอกชนหลายร้อยคน เข้าร่วมรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการเสนอตัวในการเป็นเจ้าภาพจัดงาน Expo 2028 – Phuket, Thailand ของไทย โดยมีภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูล แสดงวิสัยทัศน์ และประกาศความมุ่งมั่นของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดงานดังกล่าวภายใต้หัวข้อ “Future of Life: Living in Harmony, Sharing Prosperity.” หรือ “ชีวิตแห่งอนาคต แบ่งปันความรุ่งเรือง อยู่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว”

นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการจัดงานเอ็กซ์โปของไทยเป็น “วาระแห่งชาติ” ภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนชุมชนท้องถิ่นที่มีความมุ่งมั่นและได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ การจัดงานเอ็กซ์โป ภูเก็ต จะเป็นการเดินหน้าวิสัยทัศน์ที่ไทยได้ผลักดันในการเป็นเจ้าภาพเอเปค 2022 ที่ได้มีการรับรองปฎิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจชีวภาพ และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy) ที่นำเอาแนวทางเศรษฐกิจทั้ง 3 เข้าด้วยกันเพื่อให้บรรลุถึง “ความสมดุลของสรรพสิ่ง” งานเอ็กซ์โป ภูเก็ต จะเป็นการเดินหน้าต่อในวิสัยทัศน์ของเราสำหรับวิถีชีวิตที่แข็งแกร่ง ยั่งยืน และมีความยืดหยุ่น

นายศรัณย์กล่าวว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่เคยได้รับเลือกให้จัดงานเอ็กซ์โปหรืองานในลักษณะนี้มาก่อน ไทยจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับโอกาสในการจัด Specialized Expo ที่จะมาถึงนี้ที่ภูเก็ตในปี 2028 เรามีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมเมื่อดูจากประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความสำเร็จที่ได้รับการพิสูจน์มาอย่างยาวนานในอดีตของไทยในการจัดงานรวมถึงการแสดงสินค้าขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยรับประกันได้ว่าหากได้รับโอกาสให้เป็นเจ้าภาพ ไทยจะประสบความสำเร็จในการจัดงานเอ็กซ์โป ภูเก็ต ซึ่งจะเป็นการเร่งรัดการพัฒนา รวมถึงมีผลต่อเนื่องในแง่เศรษฐกิจและสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในภูมิภาค

Advertisement
ณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจ.ภูเก็ต

ด้าน นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ภูเก็ตเผชิญกับภาวะดิสรัปชั่นทั้งในด้านการท่องเที่ยว โควิด-19 และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก เดิมรายได้ของภูเก็ต 95% มาจากการท่องเที่ยว บทเรียนจากโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้เราเห้นว่าเราจำเป็นต้องเปลี่ยนโครงสร้างทางสังคม จากเศรษฐกิจเสาเดียวที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก มาเป็น 10 เสา ซึ่งรวมถึงการกำหนดให้ภูเก็ตเป็นเมือง MICE ที่เป็น 1 ในโครงสร้างใหม่ของสังคม หากมองในแง่มูลค่าทางเศรษฐกิจ มีการประเมินว่าตลอดช่วงเวลา 3 เดือนในการจัดงาน จะมีผู้เข้าชมเกือบ 5 ล้านคน สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจราว 4-5 หมื่นล้านบาท

“การที่เราสามารถผ่านวิกฤตต่างๆ มาได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเกิดความมั่นใจ นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน จึงยิ่งทำให้มีความมุ่งมั่นเพราะการเป็นเจ้าภาพ งานเอ็กซ์โป ภูเก็ต จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมซึ่งไม่ใช่แค่ในจ.ภูเก็ต แต่เป็นประเทศไทย”ผู้ว่าฯณรงค์กล่าว และว่า เพียงแค่สมัครก็ทำให้ชื่อเสียงของไทยเป็นที่ประจักษ์ เรามีพื้นฐานทั้งด้านธรรมชาติที่สวยงาม วัฒนธรรม และสยามเมืองยิ้ม ขณะที่ตำแหน่งที่ตั้งของภูเก็ตก็สามารถเดินทางไปมาได้สะดวก อีกทั้งภูเก็ตยังเป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วโลกด้วย

ผู้ว่าฯณรงค์กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงของการหาเสียงเพื่อสร้างความเข้าใจกับ 171 ประเทศที่เป็นสมาชิกขององค์การนิทรรศการนานาชาติ (Bereau of International Expositions หรือ BIE) เพื่อให้ประเทศต่างๆ เข้าใจ และเห็นว่าไทยเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับการสมัครของไทยไปแล้ว 2 ครั้งที่ประเทศฝรั่งเศส และอยากจะขอให้พี่น้องชาวไทยช่วยกัน หากภูเก็ตได้เป็นเจ้าภาพ ประเทศไทยและภูมิภาคก็ได้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน

เมื่อถามว่าปฏิกริยาที่ได้รับหลังการหาเสียงรอบก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร นายณรงค์กล่าวว่า คิดว่าเนื้อหาสาระของเราไม่ได้ด้อยกว่าใคร หัวข้อการจัดเอ็กซ์โปของไทยก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่ที่สุดแล้วก็อยู่ที่ 171 ประเทศจะเป็นผู้ตัดสิน

“โครงสร้าง 10 เสาที่เราวางขึ้นใหม่ทำให้ภูเก็ตเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในทุกเรื่องได้ เราไม่รู้ว่าที่สุดแล้ว BIE จะพิจารณาอย่างไร และจะเลือกเราหรือไม่ แต่สิ่งที่เราทำในครั้งนี้คือเป้าหมายในการสร้างความยั่งยืนให้กับภูเก็ต และเป็นแกนกลางที่เรากำลังขับเคลื่อนภูเก็ต โดยเฉพาะใน 2 เสาสำคัญคือการเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ และ MICE เพื่อนำไปสู่จุดหมายปลายทางคือการทำให้ภูเก็ตกลับมาแข็งแรงอย่างยั่งยืน”ผู้ว่าฯณรงค์กล่าว

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.)

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมิถุนายนปีนี้ จะมีการนำเสนอข้อมูลรอบที่ 3 ก่อนที่จะเปิดให้ลงคะแนนโหวดครั้งสุดท้าย ซึ่งจะได้ข้อยุติในวันเดียวกัน โดยจะมีการลงคะแนนและคัดประเทศที่ได้คะแนนน้อยที่สุดออกจนเหลือประเทศที่ได้รับเลือกในท้ายที่สุด

เมื่อถามว่าประเมินผลการนำเสนอข้อมูลของไทยใน 2 รอบที่ผ่านมาอย่างไร นายจิรุตถ์กล่าวว่า คิดว่าในแง่เนื้อหาเราค่อนข้างได้เปรียบ ในแง่พื้นที่ของการจัดงานเรามีความละเอียดสูง มติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณ 4,180 ล้านบาท เพื่อการลงทุนในการเป็นเจ้าภาพจัดงานเอ็กซ์โป ภูเก็ต ขณะที่พื้นที่ต่างๆ ที่มีการพัฒนาขึ้นเป็นสถานที่จัดงาน หลังจากนั้นก็จะมีการพัฒนาไปเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ ศูนย์ประชุมนานาชาติที่คนภูเก็ตรอคอยมานาน รวมถึงศูนยนิเวศวิทยาต่อไป

นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวระหว่างเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรอง “Local to Global: Phuket Expo 2028” ซึ่งจัดขึ้นหลังจากนั้นว่า การนำงานเอ็กซ์โป 2028 มาสู่ภูเก็ตถือเป็นวาระแห่งชาติของไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นจากคนทั้งประเทศ การจัดงานเอ็กซ์โปดังกล่าวยังเป็นส่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยที่จะผลักดันวาระด้านความยั่งยืนผ่านหัวข้องานเอ็กซ์โปครั้งนี้ ที่เน้นความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน โลกที่มีความยั่งยืน และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ภายในงาน มีน้องๆ ซึ่งเป็นตัวแทนของจ.ภูเก็ตหลายคนมาแบ่งปันมุมมองของพวกเขาเกี่ยวกับโลกในอนาคตที่พวกเขาต้องการอยู่อาศัย รวมถึงการแสดงที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของภูเก็ต อาหารเลิศรสและเครื่องดื่่มที่สะท้อนความเป็นไทยและความเป็นภูเก็ต ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ อีก 4 ประเทศที่เป็นคู่แข่งของไทยในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ Specialized Expo 2028 ประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา สเปน เซอร์เบีย และอาร์เจนตินา มาช่วยกันส่งแรงใจให้กับการลงคะแนนครั้งสุดท้ายในเดือนมิถุนายนนี้ไปพร้อมๆ กัน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image