หน่วยสันติภาพสหรัฐ เยือนไทยอีกครั้ง สานต่อภารกิจ ‘จิตอาสา’ เต็มรูปแบบ หลังโควิด

(U.S. EMBASSY BANGKOK)

หน่วยสันติภาพสหรัฐ เยือนไทยอีกครั้ง สานต่อภารกิจ ‘จิตอาสา’ เต็มรูปแบบ หลังโควิด

เมื่อวันที่ 20 มกราคม ผู้อำนวยการหน่วยสันติภาพสหรัฐอเมริกาและอาสาสมัครชาวอเมริกัน จำนวน 52 คน ได้เดินทางด้วยเครื่องบิน มาถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย ในเวลาราว 14.00 น. เพื่อกลับมาดำเนินงานอีกครั้งอย่างเต็มรูปแบบ นับเป็นการกลับมาไทยครั้งแรก หลังจากที่อาสาสมัครหน่วยสันติภาพชุดก่อนต้องย้ายกลับสหรัฐ และว่างเว้นจากการปฏิบัติงานในไทยเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

นายซอนนี ลู ผู้อำนวยการหน่วยสันติภาพฯ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ตนและอาสาสมัครตื่นเต้นอย่างมาก โดยทุกคนต่างตื่นตัวและตั้งตารอที่จะกลับมาปฏิบัติหน้าที่ที่ไทย เพราะเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปีที่ในที่สุด หน่วยงานก็มีโอกาสได้เดินทางมาที่นี่อีกครั้ง หลังจากต้องย้ายออกไปชั่วคราวตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020 ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด 19

นายลูกล่าวถึงหน่วยสันติภาพฯ คร่าวๆ ว่า เป็นโครงการแลกเปลี่ยนอาสาสมัครตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและสหรัฐ ที่ทำงานแบบ “ประชาชนสู่ประชาชน” มาเป็นเวลาถึง 61 ปี โดยการทำงานของหน่วยจะพึ่งพาเครือข่ายระหว่างประเทศของอาสาสมัคร ที่ร่วมมือกับสมาชิกในชุมชนท้องถิ่น และพันธมิตรในไทย เพื่อทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด สร้างประโยชน์ต่อสังคม รวมถึงส่งเสริมมิตรภาพของทั้ง 2 ประเทศ ผ่านโครงการด้านการศึกษา การพัฒนาเยาวชนและชุมชน และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม

นายซอนนี ลู ผู้อำนวยการหน่วยสันติภาพสหรัฐอเมริกา (U.S. EMBASSY BANGKOK)

สำหรับระยะเวลาที่อาสาสมัครจะอยู่ในประเทศไทยตลอดทั้งโครงการ นายลูระบุว่าจะใช้เวลาทั้งหมด 27 เดือน โดยที่ 3 เดือนแรกจะเป็นช่วงเวลาของการเตรียมความพร้อมและฝึกอบรมให้กับเหล่าอาสาสมัคร ทั้งในด้านภาษาไทย วัฒนธรรม และความเป็นอยู่อย่างเข้มข้น ก่อนที่จะได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ต่างๆ เป็นเวลา 2 ปี และนายลูยังกล่าวว่า หากอาสาสมัครคนใดสนใจที่จะขยายเวลาการทำงานจิตอาสาต่อ หลังจากครบกำหนดดังกล่าวแล้ว ก็สามารถทำได้เช่นกัน โดย 2 โครงการที่อาสาสมัครหน่วยสันติภาพฯ จะเข้ามาปฏิบัติงานในไทยตามคำร้องขอของรัฐบาลไทย คือ โครงการเพื่อนครูเพื่อการพัฒนา และโครงการสร้างเยาวชนเพื่อการพัฒนา

Advertisement

โครงการเพื่อนครูเพื่อการพัฒนา (Teacher Empowerment for Student Success) จะเป็นการส่งอาสาสมัครของหน่วยงานเข้าไปทำงานร่วมกับครูไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยสอนและพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งการมีเจ้าของภาษาในห้องเรียนจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อทั้งผู้เรียนและผู้สอน

โครงการสร้างเยาวชนเพื่อการพัฒนา (Youth in Development) จะเป็นพื้นที่ให้อาสาสมัครทำงานร่วมกับหลายองค์กรในท้องถิ่นของไทย เช่น อบต. ต่างๆ ในการส่งเสริมและมอบโอกาสให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้ทักษะชีวิต จิตสาธารณะ สุขอนามัยที่ถูกต้อง รวมถึงความเป็นผู้นำและความมั่นใจ เพื่อให้พวกเขาได้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในสังคมไทย

นายลูกล่าวว่า ความคาดหวังของการดำเนินงานในครั้งนี้และที่ผ่านมาของหน่วยงาน คือ การสร้างความเชื่อมโยงที่เข้มแข็งของประชาชนสู่ประชาชน ระหว่างชุมชนไทยและสหรัฐ โดยเป้าหมายหลัก 3 ประการของอาสาสมัครหน่วยสันติภาพฯ คือ หนึ่ง การทำงานร่วมกับไทยในพื้นที่ที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อชุมชน สอง การเรียนรู้วัฒนธรรม ผู้คน และสภาพสังคมของไทย และสาม การถ่ายทอดความเป็นไทยและความสัมพันธ์ที่ดีของทั้ง 2 ชาติให้กับชุมชนสหรัฐ ดังนั้นอาสาสมัครเหล่านี้จึงเป็นดั่งทูตที่จะเรียนรู้คุณค่าและวัฒนธรรมไทย ก่อนที่จะนำบทเรียนเหล่านี้ไปเผยแพร่ที่ประเทศของตน

(U.S. EMBASSY BANGKOK)

แน่นอนว่าการกลับมาไทยครั้งนี้จะปรากฏความแตกต่างจากเมื่อ 3 ปีก่อนที่โลกยังไม่ประสบกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ภายใต้บริบทใหม่ภายหลังการอุบัติขึ้นของโรคระบาดนี้ นายลูกล่าวว่า แน่นอนว่าความท้าทายใหม่ๆ และการดำเนินงานที่แตกต่างจากในอดีตจะเกิดขึ้น “มีหลายสิ่งที่เราเคยทำในอดีตแต่ไม่สามารถดำเนินการต่อได้อีกแล้วเนื่องจากโควิด สิ่งหนึ่งที่เราในฐานะหน่วยงานพิจารณาอย่างมากคือ การสร้างความมั่นใจว่าอาสาสมัครทุกคน ไม่ว่าจะมีส่วนร่วมในภาคส่วนใดก็ตาม ตระหนักอยู่เสมอว่าสิ่งที่ยังต้องทำต่อไปคือ การต่อสู้กับโควิด-19 นั่นคือความแตกต่างประการสำคัญ คือการให้อาสาสมัครมีโอกาสในการทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความสามารถในการรับมือกับโรคระบาด อีกทั้งในอนาคต อีกสิ่งหนึ่งที่เรามองเห็นโอกาสคือ การสร้างปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลและคนไทยเพิ่มขึ้น ในประเด็นอื่นๆ ที่น่าตื่นเต้นเช่นกัน อาทิ สภาพอากาศ และสุขภาพ”

ต่อคำถามที่ว่า ในช่วงที่หน่วยสันติภาพฯ ต้องเดินทางออกจากไทยในปี 2020 จนกลับมาไทยอีกครั้งในปี 2023 ระหว่างเกือบ 3 ปี ที่ว่างเว้นกิจกรรมไปนั้น ถือเป็นสุญญากาศของโครงการหรือไม่ นายลูกล่าวว่า ในตัวโครงการหลักที่เน้นการส่งบุคลากรจากสหรัฐมายังไทยอาจมีภาวะสุญญากาศอยู่บ้าง เนื่องจากข้อจำกัดจากโควิด แต่เจ้าหน้าที่หน่วยสันติภาพฯ ในไทยยังคงเป็นกำลังสำคัญในการดำเนินงานกับชุมชนในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์และบรรลุเป้าหมายหลักของโครงการได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่มีการส่งอาสาสมัครต่างชาติมาก็ตาม นอกจากนี้ ในระหว่างนั้น หน่วยงานยังมีโครงการการเรียนการสอบแบบออนไลน์ กิจกรรมอบรมต่างๆ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเพื่อให้อาสาสมัครกลับมาปฏิบัติงานในไทยได้อีกครั้ง

นอกจากนี้ หน่วยสันติภาพฯ ยังเป็นองค์กรที่เปิดกว้างและมีความหลากหลายมาก ในเรื่องของการรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ โดยในปีนี้มีทั้งอาสาสมัครชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย ชาวอเมริกันผิวสี ผู้มีความหลากหลายทางเพศ บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย รวมถึงผู้สูงอายุที่มีสภาพร่างกายและแรงใจเต็มเปี่ยมในการเข้าร่วมจิตอาสาครั้งนี้

(U.S. EMBASSY BANGKOK)

จอห์น ซีเกอร์ อาสาสมัครในโครงการเพื่อนครูเพื่อการพัฒนาที่มีอายุกว่า 70 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า ตนดีใจมากที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ เพราะตนมีความสนใจในการการทำจิตอาสามาตลอดตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา และการได้มาทำกิจกรรมที่ไทยซึ่งเต็มไปด้วยอาหารที่อร่อยและความเป็นมิตรของผู้คน จึงเป็นประสบการณ์ที่ดีอย่างยิ่ง การได้พบปะผู้คนและเรียนรู้วิถีชีวิตของคนไทยในพื้นที่ห่างไกลยังเป็นสิ่งที่นาตื่นเต้น นอกจากนี้ ซีเกอร์ยังมั่นในว่า ตนมีความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจที่จะสามารถเข้าร่วมโครงการได้อย่างสำเร็จลุล่วงตามกำหนด 2 ปี

ไซม่อน มาจิวสกี อาสาสมัครอีกท่านหนึ่งกล่าวว่า ตนเลือกที่จะมาเป็นอาสาสมัครของหน่วยสันติภาพฯ นี้เพราะว่าจะได้ร่วมโครงการเพื่อนครูเพื่อการพัฒนา ที่ตนจะได้สอนภาษาอังกฤษ ในขณะที่ได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทยไปพร้อมๆ กัน ส่วนสิ่งที่ตนคาดหวังมากที่สุดจากโครงการคือ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การสร้างมิตรภาพ และการได้เป็นส่วนเล็กๆ ของการแลกเปลี่ยนนั้น รวมถึงการมีโอกาสได้ไปภาคเหนือเพื่อจะได้ลิ้มรสชาติความอร่อยของข้าวซอย

 

 

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image