
เปรูสั่งปิด ‘มาชูปิกชู’ ทำนักท่องเที่ยวติดค้างหลายร้อย เหตุผู้ประท้วงต้านรัฐบาลแผลงฤทธิ์
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 23 มกราคมว่า เปรูได้ทำการปิด “มาชูปิกชู” ป้อมปราการโบราณของชาวเผ่าอินคา สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศ เมื่อวันที่ 21 มกราคม เนื่องจากสถานการณ์การประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่รุนแรงในกรุงลิมา จนทำให้นักท่องเที่ยวหลายร้อยคนถูกปิดล้อมอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นเวลาหลายชั่วโมง ขณะที่ทางการเปรูได้ขับไล่กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากมหาวิทยาลัยลิมา ซึ่งเป็นสถานที่ซ่อนตัวของกลุ่มก่อจลาจล ท่ามกลางวิกฤตการณ์ความแตกแยกทางการเมืองที่เกาะกินประเทศในขณะนี้
โดยก่อนที่ทางการเปรูจะสั่งปิดมาชูปิกชู ระบบขนส่งรถไฟที่เป็นช่องทางเดียวในการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวถูกระงับการเดินรถ เนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วงทำให้รางรถไฟเสียหาย ส่งผลให้มีผู้คนอย่างน้อย 400 ราย ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติ 300 ราย ติดค้างอยู่ที่มาชูปิกชู เมืองอากวสกาเลียนเตส และเรียกร้องให้มีการอพยพออกจากพื้นที่
รัฐมนตรีการท่องเที่ยวเปรูทวีตในเวลาต่อมาว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่ในสถานที่ดังกล่าวจำนวน 418 คนแล้ว
“ได้มีการสั่งปิดเส้นทางเดินรถไฟสายอินคาและมาชูปิกชู เนื่องจากสถานการณ์ทางสังคมและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว” รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมเปรูแถลงการณ์เมื่อวันที่ 21 มกราคม
ทั้งนี้ การประท้วงที่ปะทุตัวขึ้นจากการขับไล่นายเปโดร คาสติญโญ อดีตประธานาธิบดีชนพื้นเมืองฝ่ายซ้ายของเปรูเมื่อเดือนก่อน มีสาเหตุหลักมาจากความเหลื่อมล้ำที่ขยายตัวขึ้นระหว่างกลุ่มชนชั้นสูงในเมืองและกลุ่มคนยากจนในพื้นที่ชนบทของภูมิภาคแอนเดียน ที่มองคาสติญโญว่าเป็นหนึ่งในพวกเดียวกับพวกเขาที่ปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาชีวิตของคนยากจนให้ดีขึ้น
โดยเมื่อวันที่ 19 มกราคม เกิดเหตุประชาชนในพื้นที่ชนบทหลายพันคน ที่รู้สึกโกรธแค้นความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นและปัญหาราคาที่สูงขึ้นในเปรู พากันเดินทางเข้ามายังกรุงลิมา เพื่อประท้วงรัฐบาลและเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งและรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งการประท้วงนี้ยังเกิดขึ้นในเมืองอื่นๆ ทางภาคใต้ด้วย
เจ้าหน้าที่เปรูประกาศในวันที่ 21 มกราคมว่า มีผู้ประท้วงที่เสียชีวิต 1 ราย จากการประท้วงที่เมือง Ilave ในภูมิภาคแอนเดียนทางใต้ของประเทศเมื่อวันศุกร์ (20 ม.ค.) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปรากฏคลิปวิดีโอของตำรวจปราบจลาจลหันกระบอกปืนเข้าไปยังกลุ่มผู้ประท้วงชนพื้นเมืองและยิงเข้าไปอย่างจัง ซึ่งวิดีโอดังกล่าวถูกส่งต่ออย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์
ขณะที่มีการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ประท้วงที่เมืองใกล้ๆ ทะเลสาบติติกากาและชายแดนโบลิเวีย ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 คน ตามรายงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล
ส่วนสหภาพยุโรปได้ออกมาประณามเหตุความวุ่นวายที่ส่งผลให้เกิดยอดผู้เสียชีวิตจำนวนมากในเปรูครั้งนี้เมื่อวันที่ 21 มกราคม พร้อมทั้งเรียกร้องให้แก้ปัญหาทางการเมืองอย่างสันติในประเทศนี้
