คนเกาหลี 1 ใน 2 ไม่รู้สึกถึงความจำเป็นที่จะต้องแต่งงาน และมีคนเกาหลีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ “รับได้” กับคนที่ใช้ชีวิตอยู่กินกันฉันสามีภรรยาโดยไม่แต่งงาน ขณะที่มีปัจจัยกดดันในหลายๆ ด้านที่ครอบงำชีวิตผู้คนในสังคมมากขึ้น จนทำให้คนเกาหลีมากกว่าครึ่งตกอยู่ในภาวะเครียดโดยไม่รู้ตัว
มุมมองความคิดของคนในสังคมเกาหลีที่พบว่าเปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยมีความเป็นอนุรักษนิยมอยู่สูง เป็นผลที่ได้จากการสำรวจของสำนักงานสถิติเกาหลี ของทางการเกาหลีใต้ ที่สำรวจความคิดเห็นกลุ่มตัวอย่างเป็นชาวเกาหลีจำนวน 38,600 คน ที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไป โดยครอบคลุมในหัวข้อสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ ครอบครัว การศึกษา สุขภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ทำให้พบว่าในเรื่องของคุณค่าของสถาบันครอบครัว คนเกาหลีที่เห็นว่าการแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญ มีจำนวนลดลงอย่างมากจากร้อยละ 58.6 ที่มีการสำรวจในปี 2557 เหลือร้อยละ 51.9 ในปีนี้ ขณะที่ปัจจุบันมีคนเกาหลีร้อยละ 48 ที่คิดว่ายอมรับได้กับที่อยู่กินกันโดยไม่แต่งงาน ส่วนคนที่คิดว่าจะต้องหลีกเลี่ยงการหย่าร้างให้ได้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ลดลงจากร้อยละ 44 เหลือร้อยละ 39.5 ผลสำรวจยังพบว่าบทบาทของหัวหน้าครอบครัวยังอ่อนแอลง โดยวัยรุ่นที่จะเข้าหาปรึกษาพ่อแม่มีเพียงแค่ร้อยละ 24.1 และมีเด็กเพียงร้อยละ 3.5 เท่านั้น ที่จะขอคำปรึกษาจากพ่อ เมื่อเทียบกับร้อยละ 20.6 ที่เลือกจะเข้าหาแม่ ที่สำคัญมากถึงร้อยละ 44.4 เลือกที่จะปรึกษาเพื่อน! ร้อยละ 75.4 ยังมองว่าธรรมเนียมแต่งงานของคนเกาหลีนั้นเยอะเกิน สะท้อนให้เห็นถึงความเหนื่อยหน่ายของคนเกาหลีส่วนใหญ่เรื่องค่าใช้จ่ายในการแต่งงานที่มีสูงและขั้นต้อนพิธีการที่มีความซับซ้อนยุ่งยากเกินไป
เรื่องการศึกษา คนเกาหลีกว่าร้อยละ 65 มองว่าค่าเล่าเรียนแพงเกิน ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายการติวหนังสือหลังเลิกเรียน ขณะที่พ่อแม่ที่หวังจะส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ มีมากขึ้นจากร้อยละ 55.6 เป็นร้อยละ 57.4 ผลสำรวจยังพบพ่อแม่กับลูกยังมีความเห็นต่างกันเรื่องระดับการศึกษา โดยเด็กร้อยละ 65.3 บอกว่าพวกเขาต้องการเรียนถึงระดับมหาวิทยาลัย เมื่อเทียบกับพ่อแม่ที่มีมากถึงร้อยละ 72.8 ทว่ายิ่งพ่อแม่มีการศึกษาสูง ก็ยิ่งปรารถนาให้ลูกเรียนจนถึงปริญญาโท
เรื่องสุขภาพ ผลสำรวจพบว่าคนเกาหลีส่วนใหญ่มีความเครียดมาก โดยเป็นผู้ชายร้อยละ 54.7 และผู้หญิงร้อยละ 57.3 จากความเครียดทำให้พวกเขาหันหน้าเข้าหาเหล้าและบุหรี่ ผลสำรวจชี้ว่าคนเกาหลี 2 ใน 3 หรือร้อยละ 65.4 ดื่มเหล้าเป็นประจำ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการสำรวจเมื่อ 2 ปีก่อน ขณะที่การดื่มเหล้าเพื่อเข้าสังคมลดลงจากร้อยละ 61.2 เหลือร้อยละ 20.8 แต่สัดส่วนของผู้ที่ดื่มเพราะเครียด เพิ่มจากร้อยละ 35.3 เป็นร้อยละ 41.1 แต่ผู้ที่สูบบุหรี่ลดลงจากร้อยละ 22.7 เหลือร้อยละ 20.8 เป็นผลจากราคาบุหรี่ที่ปรับสูงขึ้น
การอยากฆ่าตัวตายของคนเกาหลียังพบว่าลดลงเล็กน้อยจากร้อยละ 6.8 เหลือร้อยละ 6.4 โดยผู้หญิง (ร้อยละ 7.5) มีความรู้สึกนี้มากกว่าผู้ชาย (ร้อยละ 5.3) และพบว่าเรื่องเงินเป็นตัวปัญหาใหญ่ที่ทำให้คนคิดสั้น
เรื่องสิ่งแวดล้อมทางสังคม พบว่าคนเกาหลีมีความวิตกกังวลหลายเรื่อง ทั้งอาชญากรรม ความป่วยไข้ ภัยคุกคามความมั่นคง ความเสี่ยงภัยทางเศรษฐกิจและปัญหาปากท้อง ขณะที่คนเกาหลีรู้สึกว่าสังคมจะมีความปลอดภัยมากขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้านั้นลดลงจากร้อยละ 20.2 เหลือร้อยละ 15.4 แต่ที่รู้สึกว่าสังคมอันตรายมากขึ้นเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 27.1 เป็นร้อยละ 38.5
ดูจากปัจจัยเร้าโดยรวมที่ทำให้มุมมองความรู้สึกนึกคิดของคนเกาหลีเปลี่ยนไปจากเดิม ดูจะไม่ต่างไปจากพื้นปัญหาของสังคมอื่นเท่าไรนัก ด้วยความที่ยุคสมัยเปลี่ยนไปภายใต้โลกที่เชื่อมต่อถึงกันได้ง่ายขึ้น

