เอพีอาร์ซีประชุมประจำปี-ลาวชื่นชมบทบาท
เมื่อวันที่ 29 พ.ย. คณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเซีย (APRC) ซึ่งมี ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศของไทยเป็นประธาน ได้จัดการประชุมประจำปีครั้งที่ 4 ณ โรงแรมแลนด์มาร์ก กรุงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีสมาชิกคณะมนตรีอีก 9 คนเข้าร่วมประชุมได้แก่ ตุน อับดุลลาห์ อาห์หมัด บาดาวี รองประธานคณะมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายชอกัต อาซิส รองประธานคณะมนตรี และ อดีตนายกรัฐมนตรีปากีสถาน นายอัลเฟรด กุสเซนบาวเออร์ รองประธานคณะมนตรี และ อดีตนายกรัฐมนตรีออสเตรีย นายจิกมี ตินลี อดีตนายกรัฐมนตรีภูฏาน นายโฮเซ่ คามาโช อดีต รมว.คลังฟิลิปปินส์ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีต รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ อดีตผู้ช่วยรมต.ต่างประเทศ ศ.ดร.เดวิด เคนเนดี จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด สหรัฐอเมริกา และ นาย ยูฮา คริสเตนเสน ผู้อำนวยการองค์การพันธมิตรด้านสันติภาพ ประเทศฟินแลนด์ โดยมี ดร.กอบศักดิ์ ชุติกุล เลขาธิการคณะมนตรีฯ เข้าร่วมด้วย
ที่ประชุมได้อภิปรายและหารือกันในเรื่องกิจกรรมและความคืบหน้าในการดำเนินการของคณะมนตรีฯ ในรอบปีที่ผ่านมาอันได้แก่ การศึกษาหาหนทางเจรจาช่วยเหลือในเรื่องสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี การดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวกับการสร้างเสริมสันติภาพในกลุ่มชนต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนา และต่างความเชื่อ และเรื่องปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้
ในประเด็นเรื่องการสร้างเสริมสันติภาพในกลุ่มชนต่างเชื้อชาติและต่างศาสนานั้น ที่ประชุมได้อภิปรายในประเด็นที่มีการตั้งคณะทำงานส่งเสริมสันติภาพและความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจให้แก่เมียนมาร์ และแสดงความห่วงใยเกี่ยวกับปัญหาชาวโรฮินยาในพม่า
ในเรื่องความขัดแย้งในทะเลจีนใต้นั้น ที่ประชุมได้แสดงความชื่นชม ศ.ดร.สุรเกียรติ์ที่ได้ดำเนินการทางการทูตแบบเงียบๆ โดยได้เข้าพบหารือกับผู้นำ และรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศต่างๆ ในอาเซียน รวมถึง นายเพอเฟคโต ยาไซ รมว.ต่างประเทศฟิลิปปินส์ และ นายวิเวียน บาลากริชนัน รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ ในฐานะที่สิงคโปร์เป็นประเทศผู้ประสานงาน อาเซียน-จีน เพื่อเสนอแนวคิดเรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ระหว่างประเทศที่เป็นคู่พิพาทในทะเลจีนใต้ อันเป็นแนวทางที่คณะมนตรีฯเห็นว่าเป็นทางแก้ไขปัญหาที่สำคัญในทะเลจีนใต้ และยังได้มีการจัดการสัมมนาระดับสูง เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2559 ที่กรุงเวียงจันทน์ โดยเชิญบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทะเลมาระดมความคิดในเรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนในทะเลจีนใต้ และนำข้อสรุปของการสัมมนานี้ไปเสนอเป็นแนวคิดการแก้ปัญหาแก่ประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ผลของการตัดสินคดีอนุญาโตตุลาการเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างฟิลิปปินส์ และ จีน ที่ตัดสินไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นำไปสู่ความคุกรุ่นในทะเลจีนใต้ขึ้นมาใหม่
ที่ประชุมเห็นว่า การดำเนินการของประธานคณะมนตรีฯแบบการทูตแบบเงียบๆที่ผ่านมา ประสบผลดี และน่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ บรรเทาลงในช่วงหลังผลการตัดสินของอนุญาโตตุลาการ แต่ที่ประชุมเห็นว่า ยังคงต้องมีความพยายามต่อไปของคณะมนตรีฯ ที่จะผลักดัน ให้เกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศคู่พิพาทในทะเลจีนใต้ให้เป็นรูปธรรมขึ้นมาให้ได้ หากจะให้ทะเลจีนใต้มีสันติภาพอย่างยั่งยืนต่อไป โดยอาจพยายามนำเสนอให้อาเซียนและจีนร่วมกัน ตั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิ (Eminent Persons Group – EPG) ภายใต้กรอบของ ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยทะเลจีนใต้ที่รู้จักกันในนาม DOC เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ และรูปแบบของความร่วมมือทางเศรษฐกิจแบบต่างๆ มาเสนอประเทศคู่พิพาท แต่ละคู่ในทะเลจีนใต้ ภายใต้กรอบความร่วมมือ อาเซียน-จีน
ในเวลา 14.30 น. ของวันเดียวกันคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเซีย ได้เข้าเยี่ยมคารวะ นายพันคำ วิภาวัน รองประธานประเทศ ของ สปป. ลาว ณ หอคำ ทำเนียบประธานประเทศ สปป.ลาว
ในระหว่างการเข้าเยี่ยมคารวะครั้งนี้ รองประธานประเทศ สปป.ลาว ได้กล่าวชื่นชมการที่มีคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเซีย ที่เป็นองค์กรที่ไม่ใช่องค์กรของรัฐ แต่อุดมไปด้วยผู้มีประสบการณ์ที่เคยเป็นทั้ง ประมุขของรัฐ หัวหน้ารัฐบาล รัฐมนตรีต่างประเทศ รัฐมนตรี อื่นๆ และนักวิชาการ มาร่วมกันระดมสมองเพื่อใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์อันหลากหลาย ช่วยเหลือให้เกิดสันติภาพในเอเซีย ซึ่งองค์กรรูปแบบนี้ หายากมาก และเป็นสิ่งมีคุณค่ายิ่ง
นายพันคำ วิภาวัน ได้กล่าวขอบคุณ คณะมนตรีฯที่ได้มาจัดสัมมนาระดับสูงในเรื่องความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ในทะเลจีนใต้ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2559 ที่กรุงเวียงจันทน์ และ นำผลสรุปของการสัมมนานั้นเสนอกระทรวงการต่างประเทศ สปป.ลาว ในฐานะประธานอาเซียน ก่อนที่ลาวจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน และ การประชุมสุดยอดความร่วมมือ อาเซียน-จีน ในเดือนกันยายน 2559 ทำให้มีส่วนช่วยให้การประชุมที่สำคัญมากดังกล่าวที่กรุงเวียงจันทน์ สรุปจบลงได้ด้วยดี ไม่เกิดความขัดแย้งอย่างที่หลายฝ่ายมีความเกรงกริ่งก่อนหน้าการประชุม ว่าจะเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนที่อ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ กับ จีน แต่การประชุมกลับจบลงด้วยบรรยากาศที่ดี และมีแถลงการณ์ผลการประชุมที่ก่อให้เกิดแนวทางสันติภาพในทะเลจีนใต้ และ สปป.ลาว ในฐานะประธานอาเซียน และ เจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียน ได้รับคำชื่นชมว่าสามารถจัดการประชุมลุล่วงด้วยความสำเร็จอย่างงดงาม

