หน้าแรก ต่างประเทศ ยูเอ็นโอดีซีช...

ยูเอ็นโอดีซีชี้ ปี 2022 เมียนมาปลูกฝิ่นพุ่ง 33% ผลพวงหลังรัฐประหาร

26.01.23 | 12:29 น.
ภาพรอยเตอร์

ยูเอ็นโอดีซีชี้ ปี 2022 เมียนมาปลูกฝิ่นพุ่ง 33% ผลพวงหลังรัฐประหาร

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นโอดีซี) เผยแพร่เมื่อวันที่ 26 มกราคมระบุว่า การปลูกฝิ่นในประเทศเมียนมาในปี 2022 ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 33% สวนทางกับแนวโน้มที่ลดลงในช่วง 6 ปีก่อน

โดยการปลูกฝิ่นที่เพิ่มขึ้นมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับความวุ่นวายทางการเมืองและเศรษฐกิจในเมียนมาภายหลังจากกองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน

“การหยุดชะงักทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และธรรมาภิบาลภายหลังการยึดอำนาจของกองทัพในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2021 ได้เกิดขึ้นพร้อมกัน และเกษตกรในพื้นที่ห่างไกลที่มักเกิดความขัดแย้งนั้นมีทางเลือกไม่มากนักนอกจากหันกลับไปปลูกฝิ่น” เจเรมี ดักลาส เจ้าหน้าที่ประจำภูมิภาคของยูเอ็นโอดีซี กล่าวถึงปัญหานี้

ขณะที่นายเบเนดิกต์ ฮอฟมันน์ ผู้จัดการของยูเอ็นโอดีซีประจำเมียนมา ชี้ว่า หากปราศจากทางเลือกอื่นๆ และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เป็นไปได้ที่การปลูกและการผลิตฝิ่นในเมียนมาจะยังคงขยายตัวต่อไป

โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมายังไม่ได้ให้ความเห็นใดต่อรายงานฉบับนี้ของยูเอ็นโอดีซี ที่ทำการประเมินโดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมเป็นหลักในการระบุพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งบ่งชี้ว่า พื้นที่ปลูกฝิ่นในเมียนมาในปี 2022 ได้ขยายตัว 1 ใน 3 เป็น 40,100 เฮกตาร์ ขณะที่ผลผลิตฝิ่นโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 41% เป็นเกือบ 20 กิโลกรัมต่อพื้นที่1 เฮกตาร์ ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ยูเอ็นโอดีซีเริ่มเก็บบันทึกด้านนี้ในปี 2002

Advertisement

โดยรัฐฉาน ทางตะวันออกของเมียนมาที่มีพรมแดนติดกับจีน ไทย และ ลาว มีการปลูกฝิ่นเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 39% ส่วนมูลค่าของฝิ่นที่ผลิตได้ในแต่ละปีของเมียนมาอาจสูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 66,000 ล้านบาท และส่วนใหญ่จะลักลอบส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านก่อนออกสู่ตลาดโลกต่อไป