
อย.สหรัฐร่วมวงสอบ ปมยาน้ำแก้ไอปนเปื้อน คร่าเด็กในเอเชีย-แอฟริกา กว่า 300 ราย
องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (เอฟดีเอ) เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 มกราคม ว่า เอฟดีเอกำลังทำงานกับองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) และผู้ควบคุมกฎระเบียบในต่างประเทศ ในการสนับสนุนการสอบสวนหาต้นตอที่มาของยาน้ำแก้ไอปนเปื้อนที่คร่าชีวิตเด็กในทวีปแอฟริกาและเอเชียรวมกันไปแล้วมากกว่า 300 ราย
ในถ้อยแถลงของเอฟดีเอระบุว่า ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่ายาน้ำแก้ไอปนเปื้อนดังกล่าวได้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานยาของสหรัฐแต่อย่างใด แต่เอฟดีเอกำลังสอบสวนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและขอบเขตของอันตรายของผลิตภัณฑ์ยาที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเอฟดีเอ
นอกจากนี้ เอฟดีเอยังแนะนำให้ผู้บริโภครับประทานยาที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศสหรัฐเท่านั้น โดยเฉพาะสำหรับเด็ก
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ดับเบิลยูเอชโอกล่าวว่า ได้ขยายผลการสอบสวนยาน้ำแก้ไอปนเปื้อน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตจากอาการไตวายเฉียบพลันในประเทศแกมเบีย อินโดนีเซีย และอุซเบกิสถาน ไปยังอีก 4 ประเทศ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลต่างๆ ทำให้แน่ใจว่ายาที่วางจำหน่ายนั้นได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่มีอำนาจเท่านั้น
ทั้งนี้ ตัวอย่างของยาน้ำแก้ไอที่ผลิตโดยบริษัทผู้ผลิตยา 6 แห่งในประเทศอินเดียและอินโดนีเซียถูกพบว่าปนเปื้อน ไม่เป็นสารไดเอทิลีนไกลคอล ก็เป็นสารเอทิลีนไกลคอล ซึ่งทั้งสองตัวเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่มีความเป็นพิษ อย่างไรก็ดี บริษัทผู้ผลิตยาน้ำแก้ไอที่เกี่ยวข้องต่างปฏิเสธว่าผลิตภัณฑ์ยาของตนเองปนเปื้อนสารพิษ หรือไม่ก็ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในขณะที่การสอบสวนยังดำเนินอยู่
