ดอนหารือรมว.กต.ตุรกี ลงนามแผนปฏิบัติการ 2 ชาติ ปูทางหุ้นส่วนยุทธศาสตร์
เมื่อวันที่ 26 มกราคม นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเดินทางมาร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการไทย-ตุรกี (JETC) ครั้งที่ 4 ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี ได้หารือกับนายเมฟเลิต ชาวูโชลู รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี จากนั้นได้ลงนามในแผนปฏิบัติการร่วมไทย-ตุรกี ฉบับที่ 2 ระหว่างปี 2023-2028
จากนั้นได้มีการแถลงข่าวร่วมกัน โดยนายเมฟเลิตกล่าวว่า การประชุม JETC เป็นเวทีหารือเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งมีการหารือกันครั้งล่าสุดเมื่อ 20 ปีก่อนในเดือนธันวาคม 2546 จึงเป็นโอกาสดีที่ได้มาประชุมกันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นในโอกาสฉลอง 65 ปีความสัมพันธ์ระหว่างตุรกี-ไทย การหารือในวันนี้เป็นไปด้วยดี ขณะที่แผนปฏิบัติการร่วมฉบับที่ 2 ที่ได้มีการลงนามในวันนี้ เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ครอบคลุมประเด็นต่างๆ เพื่อที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ของเราให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น และปูทางไปสู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกันต่อไป
นายเมฟเลิตกล่าวว่า ในปีที่ผ่านมามูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศได้เพิ่มขึ้นถึง 20% อย่างไรก็ดียังคงมีช่องว่างในเรื่องของมูลค่าทางการค้า ซึ่งจะต้องมีการหารือกันต่อไปว่าจะทำให้เกิดความสมดุลมากขึ้นได้อย่างไร
นายเมฟเลิตกล่าวอีกว่า ปัจจุบันตุรกีได้เข้าไปลงทุนในประเทศไทยซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเรา นอกจากนี้เรายังมีความร่วมมือใกล้ชิดกับประเทศอาเซียนซึ่งรวมถึงไทย ขณะที่มีหลายประเทศ อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ได้เข้ามาลงทุนในตุรกี ซึ่งเราหวังว่าประเทศไทยก็จะมาลงทุนในประเทศตุรกีด้วยเช่นกัน ขณะที่ปัจจุบันสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ของตุรกีได้เพิ่มเที่ยวบินไปประเทศไทยถึง 21 เที่ยวบินต่อสัปดาห์อีกด้วย
นายเมฟเลิตกล่าวว่า หน่วยงานว่าด้วยความร่วมมือของตุรกี (TIKA) ยังได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจกับกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) ของไทยเพื่อพัฒนาความร่วมมือระหว่างกัน และได้มีการหารือกันว่าเราจะกระชับความร่วมมือระหว่างกันต่อไปอย่างไร รวมถึงการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาในประเทศที่สาม
รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกีกล่าวว่า นอกจากนี้แล้วยังได้มีการหารือในประเด็นต่างๆ อาทิ ความมั่นคง การต่อต้านการก่อการร้าย รวมถึงข้อริเริ่มข้อริเริ่มของตุรกีที่จะมุ่งมีปฏิสัมพันธ์กับภูมิภาคเอเชียมากขึ้น (ASIA anew initiative) รวมถึงหารือในประเด็นยูเครน ซึ่งฝ่ายไทยตระหนักถึงความพยายามของตุรกี ทั้งยังพูดคุยถึงความพยายามในเรื่องแผนสันติภาพที่ไทยได้แจ้งให้ทราบ ตุรกีสนับสนุนทุกความริเริ่มริเริ่มที่นำตุรกีสนับสนุนทุกความริเริ่มที่นำไปสู่การสร้างสันติภาพและต้องขอบคุณไทยที่ได้เดินทางมายื่นเพื่อฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 65 ปีในปีนี้ด้วย
ขณะที่นายดอนกล่าวแสดงความยินดีที่ได้มาเยือนกรุงอังการาในครั้งนี้เพื่อเข้าร่วมประชุม JETC ครั้งที่ 4 การหารือในวันนี้มีประโยชน์อย่างมากและครอบคลุมหลากหลายประเด็น และได้แบ่งปันความมุ่งมาดปรารถนาที่จะกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการค้าและการลงทุน รวมถึงเรื่องการทำให้ดุลการค้าระหว่างกันมีความสมดุลมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตจะมีการลงทุนของบริษัทไทยมายังตุรกีเพิ่มมากขึ้น
นายดอนกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการหารือถึงต่างๆ ที่เป็นเป้าหมายในความร่วมมือ อาทิ พลังงาน นวัตกรรม เทคโนโลยี ซึ่งเป็นสาขาที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจ รวมถึงเรื่องอุตสาหกรรมด้านการป้องกันประเทศ ซึ่งตุรกีมีความก้าวหน้าในเรื่องอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องการทหารเท่านั้นแต่ยังสามารถนำไปใช้ในด้านอื่นๆ ที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของไทย อาทิ ด้านการบริการด้วยเช่นกัน
นายดอนกล่าวว่า ในเรื่องของการค้ายังมีประเด็นที่สำคัญนั่นคือการเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) เพื่อเพิ่มพูนมูลค่าการค้าระหว่างกัน โดยโอกาสทางการค้าที่จะเกิดขึ้นไม่เพียงแต่จะเป็นเรื่องของสองประเทศเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงโอกาสที่จะได้จากความตกลงเอฟทีเออื่นๆ ที่มีอยู่แล้ว อาทิ RCEP ที่ไทยเป็นสมาชิกซึ่งมี 18 ประเทศในเอเชียแปซิฟิกเป็นสมาชิก ครอบคลุมประชากร 2,000 ล้านคน ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับพันธมิตรของไทย และหวังว่าจะเป็นที่สนใจสำหรับนักลงทุนในตุรกีเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเมกะโปรเจ็คของไทยใน EEC ที่พร้อมรับนักลงทุนที่สนใจจากตุรกีเช่นเดียวกัน
นายดอนยังได้ขอบคุณความร่วมมือของตุรกีในเวทีระหว่างประเทศต่างๆ ในหลายโอกาส อาทิ ACD และ OIC และคาดหวังให้มีการเยือนระหว่างกันอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคตเพื่อรักษาพลวัตในความสัมพันธ์ทวิภาคีต่อไป

