รายงาน”ความสามารถทางการค้าโลกปี 2016″ ของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (ดับเบิลยูอีเอฟ) ที่มีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ระบุว่า 10 ชาติสมาชิกของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน) มีตลาดการค้าที่เปิดกว้างสำหรับการค้าระหว่างประเทศมากกว่าสหภาพยุโรป(อียู) และสหรัฐอเมริกา
รายงานของดับเบิลยูอีเอฟยังชื่นชมการเพิ่มการบูรณาการในเศรษฐกิจโลกของชาติอาเซียนว่า “ความก้าวหน้าของอาเซียนในฐานะกลุ่มอำนาจทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดสหรัฐและอียูเปิดกว้างน้อยลง” สะท้อนจากคำประกาศกร้าวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ที่จะยกเลิกข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศและความเป็นไปได้ที่จะเก็บภาษีการค้า ขณะที่ชาติยุโรปตกอยู่ภายใต้ความกดดันให้ละทิ้งข้อตกลงการค้ากับแคนาดาและข้อตกลงกับสหรัฐ
เคลาส์ ชวอบ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารดับเบิลยูอีเอฟ กล่าวเตือนด้วยว่า การค้าเสรียังคงเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจโลกและความก้าวหน้าทางสังคม ความท้าทายสำหรับผู้นำนานาประเทศในขณะนี้นอกจากจะเผชิญกับลัทธิกีดกันทางการค้าแล้ว แต่พวกเขายังมีหน้าที่ที่จะทำให้การค้าเป็นแหล่งของการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุมมากขึ้นอีกด้วย
ทั้งนี้ รายงานข้างต้นของดับเบิลยูอีเอฟ เป็นการจัดทำทุกๆ 2 ปี โดยพิจารณาจากมาตรวัดศักยภาพโดยรวมทั้งหมดของ 136 เขตเศรษฐกิจทั่วโลกในการเคลื่อนย้ายสินค้าข้ามพรมแดน

