มิเชล วิลเลียมส์ เผย ‘ชีวิตรันทด’ หลัง ฮีธ เลดเจอร์ เสียชีวิตถูกปาปาราซซีตามจนต้องพาลูกหนี

9.03.23 | 03:24 น.
มิเชล วิลเลียมส์ (รอยเตอร์)

มิเชล วิลเลียมส์ เผย ‘ชีวิตรันทด’ หลัง ฮีธ เลดเจอร์ เสียชีวิตถูกปาปาราซซีตามจนต้องพาลูกหนี

แม้เป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้ว 15 ปี แต่ มิเชล วิลเลียมส์ นางเอกฮอลลีวู้ดวัย 42 ยังคงจำได้แม่นถึง ‘เหตุการณ์สุดทน’ ที่เธอและ มาทิลดา ลูกสาวตัวน้อย กลายเป็น ‘เป้า’ ถูกปาปาราซซีตามไล่ล่าถ่ายรูป ถูกเฝ้าจับตาจนต้องตัดสินใจย้ายจากชีวิตในเมืองใหญ่ ไปใช้ชีวิตสงบเงียบในฟาร์ม หลังการเสียชีวิตของ ฮีธ เลดเจอร์ พระเอกหนุ่มชาวออสเตรเลียน พ่อของลูกสาวตัวน้อย ที่เสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดเมื่อปี 2551

วิลเลียมส์ นางเอกชาวรัฐมอนแทนา สหรัฐอเมริกา กลายเป็นคุณแม่ตั้งแต่อายุ 25 ปี เมื่อให้กำเนิด ‘มาทิลดา’ลูกสาวพยานรักของเธอกับ ฮีธ เลดเจอร์ นักแสดงหนุ่มหล่อที่เคยร่วมงานกันใน Brokeback Mountain เมื่อปี 2548 แต่ชีวิตรักของทั้งสองไปไม่ถึงฝั่งฝัน หลังจากร่วมชีวิตคู่กัน 3 ปี ก็แยกทางกัน โดยลูกสาวอยู่กับวิลเลียมส์

(รอยเตอร์)

นางเอกสาวซึ่งขึ้นชื่อเรื่องหวงแหนความเป็นส่วนตัว ย้อนเล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นว่า ความสนใจของเหล่าปาปาราซซีที่เฝ้าตามติดคอยตามดูชีวิตของเธอและลูกสาว มันมากมายกระทั่งทำให้เธอรู้สึกขาดอิสระในการใช้ชีวิต รู้สึกราวกับเป็นนักโทษ เหมือนถูกตัดขาดจากชีวิตที่เคยเป็น

นางเอกสาวสวย ซึ่งปัจจุบันแต่งงานกับ โธมัส เคล ผู้กำกับชาวอเมริกันวัย 45 มีลูกชายวัย 2 ขวบชื่อ ฮาร์ท และลูกชายวัยไม่ถึงขวบด้วยกัน ให้สัมภาษณ์เดอะ การ์เดียนว่า เธอต้องหอบลูกสาวหนีจากย่านบรู๊คลิน ในนครนิวยอร์ก ที่คุ้นเคยเหมือนบ้าน ไปอยู่ที่ฟาร์มแห่งหนึ่งทางเหนือของนิวยอร์ก

“ความรู้สึกว่าเรากำลังถูกจับตาเฝ้าดูอยู่ มันฝังลึกในใจ จนรู้สึกว่ามันตัดขาดเราจากชีวิตของเราเอง และสักพักมันกลายเป็นว่าเราไม่สามารถใช้ชีวิตให้เป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องคอยเฝ้าระมัดระวัง ฉันจึงตัดสินใจพาลูกสาวย้ายออกจากเมืองไปอยู่ชนบท เพราะฉันรู้สึกว่าสามารถใช้ชีวิตโดยไม่ต้องถูกเฝ้าจับตาดูที่นั่น ตอนอยู่ที่บรู๊คลิน มันเต็มไปด้วยความรู้สึกว่าเรากำลังถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลา”

Advertisement
(รอยเตอร์)

อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านมา 17 ปี ปัจจุบัน วิลเลียมส์ และมาทิลดา ลูกสาววัย 17 ที่เธอบอกว่า คือคนที่เธอใช้ชีวิตด้วยมากที่สุด พร้อมด้วยสามีและลูกน้อยอีก 2 คนได้ย้ายกลับมาอยู่ที่บรู๊คลินอีกครั้ง เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา แม้นางเอกสาวเจ้าบทบาท ที่มีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก The Fabelmans ที่จะประกาศรางวัลวันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม ตรงกับวันจันทร์ที่ 13 มีนาคมตามเวลาในไทย จะยอมรับว่า ยังรู้สึกหลอนกับการตกเป็นเป้าของปาปาราซซีอยู่ก็ตาม

“แต่วันนี้ ฉันรู้สึกเข้มแข็งขึ้นและรับมือได้ดีขึ้น แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่าอยากลบล้างมันออกไปให้ได้ เพราะมันจะเปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตในโลกนี้ของคุณ”

วิลเลียมส์ยังเล่าว่า เจเรมี สตรอง เพื่อนนักแสดงชาวอเมริกันวัย 44 มีบทบาทสำคัญมากต่อชีวิตวัยเด็กที่ขาดพ่อของมาทิลดา เพราะตอนนั้น สตรองเป็นคนหนึ่งที่ย้ายมาอยู่ที่บ้านของเธอ หลังจากเลดเจอร์เสียชีวิตอย่างกะทันหัน และเธอก็ได้เพื่อนนักแสดงคนนี้ที่เล่นกับลูกสาว และช่วยเยียวยาชีวิตวัยเด็กของมาทิลดา รวมถึงตัวเธอด้วย

“มาทิลลา โตมาโดยขาดพ่อ แต่เธอโตมากับเจเรมีของเธอ และความสามารถ ทุ่มเทของเจเรมี ก็ทำให้ชีวิตเราแม่ลูกเปลี่ยนไป”