หน้าแรก ต่างประเทศ องค์กรเพื่อคว...

องค์กรเพื่อความโปร่งใสชี้ ประเทศ 95% ในโลกไม่คืบหน้าเรื่องปราบโกง

2.02.23 | 09:32 น.

องค์กรเพื่อความโปร่งใสชี้ ประเทศ 95% ในโลกไม่คืบหน้าเรื่องปราบโกง

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติซึ่งเผยแพร่ดัชนีวัดภาพลักษณ์คอรัปชั่น (ซีพีไอ) ของประเทศต่างๆ ทั่วโลก 180 ประเทศเป็นประจำทุกปี โดยตรวจสอบการทุจริตในภาครัฐจากผู้เชี่ยวชาญและบรรดานักธุรกิจระบุว่า ประเทศส่วนใหญ่ในโลกยังคงล้มเหลวในการต่อสู้กับการทุจริต และประเทศมากถึง 95% ไม่มีความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวเลยตั้งแต่ปี 2560 นอกจากนี้ยังพบว่า รัฐบาลที่มีถูกกระบวนการทุจริตแทรกแซงจะขาดความสามารถในการป้องกันประชาชน ขณะที่ความไม่พอใจของประชาชนก็มีแนวโน้มที่จะลุกลามกลายเป็นการใช้ความรุนแรง

เดเลีย เฟอร์เรรา รูบิโอ ประธานองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ กล่าวว่า การทุจริตทำให้โลกของเรากลายเป็นสถานที่ที่อันตรายมากขึ้น ขณะที่รัฐบาลของประเทศต่างๆ พากันล้มเหลวในการจัดการกับมัน พวกเขาได้จุดชนวนให้เกิดความรุนแรงและความขัดแย้งขึ้นในขณะนี้ และมันเป็นอันตรายต่อผู้คนในทุกหนทุกแห่ง ทางออกเดียวคือรัฐต้องทำงานให้หนัก ขจัดการทุจริตคอรัปชั่นในทุกระดับ เพื่อให้แน่ใจว่ารัฐบาลทำงานให้กับประชาชนทุกคน ไม่ใช่แค่ชนชั้นนำเพียงหยิบมือ

ซีพีไอของประเทศต่างๆ ที่เพิ่งมีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 31 มกราคม โดยมีการจัดอันดับการทุจริตประเทศต่างๆ ประเทศที่มีการทุจริตมากจะได้คะแนน 0 ส่วนประเทศที่ปลอดคอรัปชั่นจะได้คะแนนสูงสุดที่ 100 คะแนน ในปี 2565 เดนมาร์กรั้งตำแหน่งประเทศที่มีการทุจริตน้อยที่สุดที่ 90 คะแนน ตามด้วยฟินแลนด์และนิวซีแลนด์ที่ 87 คะแนน ในภาพรวมยุโรปตะวันตกเป็นภูมิภาคที่มีคะแนนสูงสุด แต่ก็มีสัญญานลดลงที่น่าเป็นห่วงในบางประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักรที่คะแนนลดลงไปถึง 5 คะแนนมาอยู่ที่ลำดับ 73 เช่นเดียวกับสวิตเซอร์แลนด์ที่ลดลงเหลือ 82 และเนเธอร์แลนด์ที่ 80 ซึ่งแม้จะยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่ก็สะท้อนถึงความกังวลที่เกิดขึ้นด้วย

ในยุโรปตะวันออก การทุจริตยังคงแพร่หลายและในหลายประเทศสถานการณ์อยู่ในจุดที่ตกต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะรัสเซียที่มีเพียง 28 คะแนน ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของผลกระทบจากการทุจริตต่อสันติภาพและเสถียรภาพ หลังจากที่ได้ทำการรุกรานยูเครนใกล้จะครบ 1 ปีในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากกลุ่มโจราธิปไตยที่ใช้ตำแหน่งทางการเมืองเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้ตนเองยังคงความร่ำรวยไว้ได้ด้วยการให้คำมั่นว่าจะยังจงรักภักดีต่อประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ที่ได้รับจากรัฐบาล การปราศจากการตรวจสอลการใช้อำนาจของปูติน ทำให้เขาสามารถไล่ตามความทะเยอทะยานของตนเองได้โดยไม่ต้องรับโทษ และการโจมตีครั้งนี้ทำให้ทวีปยุโรปไม่มั่นคง คุกคามประชาธิปไตย และทำให้ผู้คนนับหมื่นต้องสังเวยชีวิต ส่วนยูเครนได้ไป 33 คะแนน

ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 101 ร่วมกันกับอีก 9 ประเทศ โดยคะแนนของไทยปรับเพิ่มขึ้น 1 คะแนน มาอยู่ที่ 36 คะแนน ส่วนประเทศอื่นๆ ในอาเซียน สิงคโปร์ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 5 ซึ่งดีที่สุดที่ 83 คะแนน มาเลเซียอันดับ 61 มี 47 คะแนน  เวียดนามอันดับที่ 77 มี 42 คะแนน อินโดนีเซียอันดับ 110 ที่ 34 คะแนน ฟิลิปปินส์อันดับ 116 ที่ 33 คะแนน ลาวอันดับที่ 126 ที่ 31 คะแนน กัมพูชาอันดับที่ 150 ที่ 24 คะแนน และเมียนมาอันดับที่ 157 ที่ 23 คะแนน แต่ไม่มีการจัดอันดับของบรูไน ขณะที่ประเทศที่รั้งท้ายในตารางได้แก่ โซมาเลียที่ 12 คะแนน ตามด้วยซูดานกับซีเรียที่ 13 คะแนนเท่ากัน

Advertisement