ปธน.อินโดส่งนายพลหารือเมียนมา กรุยทางเปลี่ยนผ่านกลับสู่ ปชต.
ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย กล่าวว่า เขามีแผนที่จะส่งนายพลระดับสูงไปยังเมียนมาเพื่อพูดคุยกับผู้นำรัฐบาลทหาร ภายใต้ความหวังว่าจะแสดงให้กองทัพเมียนมาเห็นว่า อินโดนีเซียประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยได้อย่างไร
อินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้ารับตำแหน่งประธานอาเซียนในปีนี้ และจะกลายเป็นผู้เล่นหลักที่รับผิดชอบต่อความพยายามในการแก้ไขปัญหาเมียนมา ที่การยึดอำนาจโดยกองทัพยืดเยื้อยาวนานเข้าปีที่สองในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
“มันเป็นเรื่องของวิธีการและแนวทางในการปฏิบัติ เรามีประสบการณ์ เพราะที่อินโดนีเซีย สถานการณ์ก็เหมือนกัน ประสบการณ์ที่เรามีนี้สามารถที่จะแบ่งปันกันได้ว่า อินโดนีเซียเริ่มต้นความเป็นประชาธิปไตยอย่างไร” วิโดโดกล่าว
ทั้งนี้ อินโดนีเซียซึ่งปัจจุบันเป็นประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก เคยอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารโดยซูฮาร์โตมายาวนานกว่า 30 ปี ก่อนที่เขาจะก้าวลงจากตำแหน่งหลังการประท้วงครั้งใหญ่และวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2541
ประธานาธิบดีอินโดนีเซียกล่าวด้วยว่า เขามุ่งมั่นในการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ประการของผู้นำอาเซียนในเรื่องเมียนมา แต่อาเซียนจะไม่ตกเป็นตัวประกันจากความขัดแย้งในเมียนมา และหากไม่มีความคืบหน้าใดๆ ก็จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด แต่ไม่ได้ขยายความในรายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
วิโดโดกล่าวว่า ไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะเดินทางไปเยือนเมียนมาด้วยตนเอง แต่รับว่าการพูดคุยน่าจะง่ายขึ้นหากเป็นการหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ที่มีความคุ้นเคยและมีภูมิหลังเหมือนกัน
อย่างไรก็ดี วิโดโดปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่าเขาจะส่งใครไปเยือนเมียนมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ตามที่เขาคาดหวัง แต่คนที่เขาคิดไว้นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปในอินโดนีเซีย
ท่ามกลางการแข่งขันด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคและความพยายามที่จะพุ่งความสำคัญไปยังการสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ ประธานาธิบดีวิโดโดในฐานะประธานอาเซียนรับว่า สถานการณ์ไม่ง่าย แต่อาเซียนจะต้องเป็นภูมิภาคที่สงบสุขต่อไป และอาเซียนจะต้องเป็นศูนย์กลางของการเติบโตต่อไปด้วยเช่นกัน

