‘อดานี กรุ๊ป’ ล้มแผนขายหุ้น 2.5 พันล้าน เหตุราคาหุ้นผันผวน มูลค่าร่วง 3.27 ล้านล้าน

2.02.23 | 13:24 น.
REUTERS

‘อดานี กรุ๊ป’ ล้มแผนขายหุ้น 2.5 พันล้าน เหตุราคาหุ้นผันผวน มูลค่าร่วง 3.27 ล้านล้าน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อดานี เอนเตอร์ไพรซ์ บริษัทชั้นนำของ อดานี กรุ๊ป ของนายโกตัม อดานี มหาเศรษฐีชาวอินเดีย ได้ยกเลิกการขายหุ้นบริษัทจำนวน 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8.1 หมื่นล้านบาท แล้วในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ หลังข่าวฉาวที่เปิดเผยโดย ฮินเดนเบิร์ก รีเสิร์ช เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งอ้างว่าอดานี กรุ๊ป มีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงภาษี ปั่นหุ้น และมีหนี้สินจำนวนมาก ทำให้อดานี กรุ๊ปสูญเสียมูลค่าในตลาดหุ้นแตะระดับ 1 แสนล้านเหรียญ หรือราว 3.27 ล้านล้านบาทแล้วในวันนี้ (2 ก.พ.)

นายอดานีเผยในแถลงการณ์ที่ส่งถึงตลาดหุ้นอินเดียว่า “สภาพตลาดทุกวันนี้เป็นสิ่งที่เราไม่เคยเจอมาก่อน และราคาของหุ้นบริษัทเราผันผวนตลอดทั้งวัน ทำให้จากสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ บอร์ดของบริษัทรับรู้ว่าการเดินต่อไปข้างหน้าท่ามกลางปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องในทางศีลธรรม”

อดานีระบุอีกว่า บัญชีงบดุลของอดานี กรุ๊ป นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก เนื่องจากมีกระแสเงินสดที่ดี และสินทรัพย์ที่มั่นคง ยิ่งไปกว่านั้นบริษัทมีประวัติการชำระหนี้ที่ยอดเยี่ยม การตัดสินใจในครั้งนี้จะไม่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน และอนาคต “เมื่อตลาดหุ้นคงที่เมื่อใด เราจะทบทวนกลยุทธของเราในตลาดทุนอีกครั้ง” อดานีกล่าว

หลังเปิดตลาดในวันนี้ เพียง 2 วันหลังอดานี กรุ๊ปสามารถปิดการขายหุ้นบริษัทดังกล่าวได้สำเร็จ หุ้นของบรรดาบริษัทในเครือได้ร่วงลงอย่างหนัก อาทิ หุ้นของอดานี เอนเตอร์ไพรซ์ ที่ปรับตัวลดลง 10% เช่นเดียวกับบริษัทอื่นๆในเครือ

สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่า บอร์ดคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์อินเดีย กำลังตรวจสอบข้อกล่าวหาต่างๆ ของฮินเดนเบิร์ก รีเสิร์ช และตรวจสอบว่ามีความผิดปกติในการขายหุ้นของ อดานี เอนเตอร์ไพรซ์ หรือไม่

Advertisement

อดานี กรุ๊ปได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของฮินเดนเบิร์กแล้ว โดยทางฝั่งฮินเดนเบิร์ก รีเสิร์ช ซึ่งเป็นบริษัทเชี่ยวชาญการชอร์ตหุ้น ออกมาเผยว่าบริษัทได้ชอร์ตหุ้นของบริษัทในเครืออดานี กรุ๊ป ผ่านการซื้อขายพันธบัตรสหรัฐ และตราสารอนุพันธ์ที่ไม่ใช่ของอินเดีย

รายงานของฮินเดนเบิร์ก รีเสิร์ช ยังทำให้อันดับของนายอดานีในตารางอภิมหาเศรษฐีที่จัดทำโดยฟอร์บส์ ร่วงลงสู่อันดับที่ 16 ของโลก หลังเจ้าตัวเคยอยู่ในลำดับ 3 ของตาราง ก่อนหน้าที่จะมีข่าวฉาวดังกล่าว