เริ่มเจรจาสนธิสัญญาโรคระบาด 27 ก.พ. WHO ดันป้องกันซ้ำรอย
โควิด-19
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เผยแพร่ร่างสนธิสัญญาโรคระบาดระดับโลกให้กับรัฐสมาชิกและองค์การนอกภาครัฐ (เอ็นจีโอ) เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ซึ่งได้ระบุมาตรการต่างๆ ในการรับประกันว่าการตอบสนองของโลกต่อโรคระบาดในครั้งต่อไปจะไม่เพียงมีความเข้มแข็งแต่ยังต้องเสมอภาคมากขึ้นด้วย
หนึ่งในข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดคือการกำหนดให้ต้องมีการสำรองชุดตรวจ วัคซีน และยารักษา 20% สำหรับแจกจ่ายให้ประเทศที่ยากจนกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงความล้มเหลวรุนแรงเช่นที่เกิดในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซ้ำสอง
ร่างสนธิสัญญานี้ยังมีการเรียกร้องให้สละสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาในช่วงการแพร่ระบาดใหญ่ การสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานด้านโรคระบาดระดับโลกของดับเบิลยูเอชโอ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยาและวัคซีนได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุม และเป็นธรรมมากขึ้น รวมถึงการเสนอให้มีระบบที่ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและระบบแบ่งปันผลประโยชน์เกี่ยวกับจุลชีพก่อโรคและลำดับจีโนมภายในไม่กี่ชั่วโมง และควรแบ่งปันการวินิจฉัย การรักษา และวัคซีนที่พัฒนาขึ้นจากข้อมูลเหล่านั้นอย่างเท่าเทียม ซึ่งรวมถึงการที่ดับเบิลยูเอชโอจะได้ส่วนแบ่ง 20% ของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยแบ่งเป็น 10% แรกในฐานะสิ่งของบริจาค และอีก 10% ในราคาที่จับต้องได้ เพื่อใช้ช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา
ทั้งนี้ ร่างสนธิสัญญาว่าด้วยโรคระบาดระดับโลกนี้จะต้องผ่านกระบวนการการเจรจาที่ยาวนาน โดยเฉพาะในประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีข้อถกเถียงอย่างมาก โดยการหารือจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ และคาดว่าจะต้องหารือกันไปจนถึงปี 2024 ขณะที่รัฐสมาชิกมีความเห็นชอบร่วมกันแล้วว่า สนธิสัญญานี้จะมีผลผูกพันทางกฎหมายกับประเทศที่ให้สัตยาบัน แต่ไม่ชัดเจนว่าจะมีการบังคับใช้อย่างไร

