โสมแดงชี้ซ้อมรบมะกัน ผลักสถานการณ์เข้าโหมดอันตราย
กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือระบุเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ว่า การซ้อมรบร่วมของสหรัฐและชาติพันธมิตรได้ผลักดันสถานการณ์ไปสู่การเข้าสู่ความอันตรายรุนแรงสุดขั้ว พร้อมกับขู่ว่าจะเปลี่ยนคาบสมุทรเกาหลีให้กลายเป็นคลังแสงสงครามขนาดใหญ่ และเขตสงครามที่อันตรายมากขึ้น
สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือ (เคซีเอ็นเอ) รายงานโดยอ้างโฆษกกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือไม่สนใจที่จะเจรจาตราบใดที่สหรัฐยังคงดำเนินนโยบายอันเป็นปรปักษ์ สถานการณ์ด้านการทหารและการเมืองในภูมิภาคนี้เข้าสู่เส้นแดงที่อันตรายร้ายแรงแล้ว จากการซ้อมรบและการเผชิญหน้าทางทหารที่เต็มไปด้วยความประมาทและการกระทำอันไม่เป็นมิตรของสหรัฐและกองกำลังข้ารับใช้
ถ้อยแถลงของเกาหลีเหนืออ้างถึงการเยือนสหรัฐของนายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ในสัปดาห์นี้ โดยออสตินและรัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้ประกาศว่าจะเพิ่มการซ้อมรบทางทหารและสินทรัพย์ทางยุทธศาสตร์ อย่างเรือบรรทุกเครื่องบินและเครื่องบินทิ้งระเบิดระยะไกล เพื่อตอบโต้การพัฒนาอาวุธของเกาหลีเหนือและป้องกันสงคราม
“นี่เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงสถานการณ์อันตรายจากสหรัฐ เกาหลีเหนือจะตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวทางทหารใดๆ ของสหรัฐ และเรามีกลยุทธ์ในการตอบโต้ที่แข็งแกร่ง รวมถึงกองกำลังนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุด หากจำเป็น”ถ้อยแถลงของเกาหลีเหนือระบุ
ด้านทำเนียบขาวปฏิเสธถ้อยแถลงของเกาหลีเหนือและย้ำความตั้งใจที่จะให้มีการพบปะทางการทูตในเวลาและสถานที่ที่เกาหลีเหนือสะดวก โดยโฆษกสภาพความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาวระบุว่า เราได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าเราไม่มีเจตนาเป็นศัตรูกับเกาหลีเหนือ และแสวงหาอย่างจริงจังยั่งยืนที่จะใช้แนวทางการทูตเพื่อจัดการกับประเด็นที่เป็นข้อกังวลของทั้งสองประเทศและภูมิภาคทั้งหมด
ทำเนียบขาวยังปฏิเสธความคิดที่ว่า การฝึกซ้อมร่วมของสหรัฐกับพันธมิตรในภูมิภาคถือเป็นการยั่วยุ เพราะการฝึกซ้อมเหล่านี้เป็นการดำเนินการตามปกติที่สอดคล้องกับการดำเนินการในอดีตอย่างแท้จริง

