‘สังคมสูงวัย-ภูมิคุ้มกันต่ำ’ ทำผู้ป่วยโควิดล้นรพ.ญี่ปุ่น ยอดดับจากโรคพุ่ง
สำนักข่าวบีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ว่า สังคมญี่ปุ่นที่มีภูมิคุ้มกันต่อโรคโควิด-19 ต่ำ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรสูงอายุ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับยอดผู้เสียชีวิตจากโรคระบาดดังกล่าวที่สูงขึ้นอย่างมากในประเทศ แม้ว่าญี่ปุ่นจะเคยประกาศใช้ข้อบังคับสกัดกั้นโควิด-19 ที่เข้มงวดที่สุดมาเป็นเวลานาน
ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นเคยใช้มาตรการที่รัดกุมอย่างมากในการควบคุมโควิด-19 ในประเทศ อาทิ การปิดประเทศไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศตั้งแต่ปี 2020 จนถึงกลางปี 2022 และการสั่งห้ามเด็กนักเรียนพูดคุยกันระหว่างรับประทานอาหารกลางวันเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรค ทำให้ประเทศประสบความสำเร็จในการคุมยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ให้อยู่ในระดับต่ำ แต่เมื่อช่วงปลายปี 2022 จำนวนผู้เสียชีวิตกลับเพิ่มสูงขึ้น
ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ Our World in Data ของมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ของญี่ปุ่นทำสถิติสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในวันที่ 20 มกราคมปีนี้ แซงหน้าสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้
ผู้เชี่ยวชาญสาธารณสุขท้องถิ่นกล่าวว่า เมื่อญี่ปุ่นผ่อนคลายข้อบังคับด้านโควิด-19 ของระเทศ ระบบภูมิคุ้มกันต่อโควิด-19 ที่ต่ำของประชาชนอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญยังกล่าวว่า ผู้เสียชีวิตจากโควิดล่าสุดส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว ข้อเท็จจริงนี้แตกต่างจากการเสียชีวิตในช่วงต้นของการแพร่ระบาด ที่มีสาเหตุมาจากโรคปอดบวมและมักมีอาการเจ็บป่วยรุนแรงจนต้องรับการรักษาในห้องไอซียู
ฮิโตชิ โอชิตานิ หนึ่งในนักไวรัสวิทยาชั้นนำของญี่ปุ่นกล่าวว่า มันเป็นเรื่องยากในการป้องกันการเสียชีวิตเหล่านี้ด้วยการรักษา พร้อมเสริมว่าโควิด-19 เป็นเพียงตัวกระตุ้นเท่านั้น
“เนื่องจากการอุบัติของการกลายพันธุ์และการกลายพันธุ์ในสายพันธุ์ย่อยของไวรัสที่หลบหลีกระบบภูมิคุ้มกัน อย่างโควิดสายพันธุ์โอมิครอน และการถดถอยของระบบภูมิคุ้มกัน การป้องกันโรคจึงเป็นเรื่องยากมากขึ้น” โอชิตานิกล่าว
โอชิตานิ ผู้เคยเป็นที่ปรึกษาระดับภูมิภาคให้กับองค์การอนามัยโลกในเรื่องการตอบสนองและการเฝ้าระวังโรคระบาด กล่าวว่า ก่อนที่โควิดสายพันธุ์โอมิครอนจะเกิดขึ้น การเสียชีวิตจากโควิดมักเกิดขึ้นในเมืองอย่าง โตเกียวและโอซาก้า ขณะที่ปัจจุบันยอดผู้เสียชีวิตกลับปรากฏทั่วประเทศ
“ในจังหวัดที่มีขนาดเล็กและพื้นที่ชนบท มีอัตราส่วนประชากรผู้สูงอายุที่มากกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ รูปแบบการเปลี่ยนแปลงทางประชากรนี้อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 สูงขึ้น” โอชิตานิกล่าว
เคนจิ ชิบูยะ นักระบาดวิทยา และผู้อำนวยการมูลนิธิโตเกียวเพื่อการวิจัยนโยบาย กล่าวว่า ผู้สูงอายุที่ติดเชื้อโควิด-19 ในบ้านพักคนชราหรือในคลัสเตอร์ชุมชนไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ แต่เนื่องจากญี่ปุ่นระบุให้โรคโควิด-19 เป็นอาการป่วยระดับ 2 ที่หมายถึง “อันตรายมาก” ทำให้มีแต่โรงพยาบาลของรัฐเท่านั้นที่รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้ จึงเป็นสาเหตุให้โรงพยาบาลรัฐจึงแน่นขนัดไปด้วยผู้ป่วยที่ทวีจำนวนขึ้น
ชิบูยะได้เรียกร้องให้มีการลดระดับความรุนแรงของโควิด และรักษาโรคดังกล่าวเช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่ ที่อนุญาตให้คลินิกและโรงพยาบาลทุกแห่งสามารถรักษาผู้ป่วยได้
นายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ ของญี่ปุ่น ประกาศเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า จะทำการจัดลดระดับการจัดประเภทโควิดลง แต่การดำเนินการดังกล่าวจะมีขึ้นในวันที่ 8 พฤษภาคมเท่านั้น ขณะที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งรวมถึง ชิเงรุ โอมิ ที่ปรึกษาด้านไวรัสโคโรนาอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น ได้เรียกร้องให้ดำเนินการในเรื่องนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว
โอชิตานิและชิบุยะยังกล่าวด้วยว่า อัตราการเสียชีวิตอาจสูงขึ้นอีกจากการรายงานผู้ป่วยโควิดที่ต่ำกว่ายอดจริง เนื่องจากการติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการและการปรับเปลี่ยนข้อกำหนดการรายงานของแพทย์ในปีที่แล้ว โดยญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ยังคงมีการนับจำนวนผู้ติดโควิดทุกวัน
ด้านยาสุฮารุ โทคุดะ แพทย์จากสถาบันนโยบายสุขภาพและโลก ระบุว่า ภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของชาวญี่ปุ่นซึ่งได้รับจากการติดเชื้อ อยู่ในระดับต่ำในช่วงก่อนกลางปีที่แล้ว

