ไฟป่าชิลีปะทุหนักหลายวัน ดับแล้ว 23 ศพ ปท.ต่างๆยื่นมือช่วย
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุไฟป่านานติดต่อกันหลายวันตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาในหลายพื้นที่ของประเทศชิลี ส่งผลให้ทางการของประเทศประกาศภาวะฉุกเฉินไปยังพื้นที่เพิ่มเติมเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ หลังอุณหภูมิที่พุ่งสูงทะลุ 40 องศาเซลเซียสจากคลื่นความร้อนในชิลีส่งผลให้การควบคุมเพลิงไหม้ของเจ้าหน้าที่ทำได้ยากลำบาก ล่าสุดมีประชาชนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 23 ราย
ขณะนี้มีประชาชนกว่า 1,100 คนถูกอพยพไปยังศูนย์พักพิง ในขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 979 ราย หน่วยงานป่าไม้แห่งชาติของชิลีให้ข้อมูลว่า มีไฟป่าเกิดขึ้นทั่วประเทศชิลีแล้ว 231 แห่ง ในขณะที่ 80 แห่งยังคงลุกไหม้ต่อไป หลังเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไหม้ได้แล้ว 151 แห่ง โดยกว่า 90% ของไฟป่าที่เกิดขึ้นถูกเจ้าหน้าที่ดับลงก่อนจะขยายบริเวณไปมากกว่า 30 ไร่
จากข้อมูลที่เผยเมื่อช่วงสายของวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ระบุว่าไฟป่าในชิลีได้กินพื้นที่ไปแล้ว 9.9 หมื่นเอเคอร์ หรือราว 2.5 แสนไร่
ทางการชิลีมีการประกาศภาวะฉุกเฉินเพิ่มในภูมิภาค Araucania หลังได้มีการประกาศภาวะฉุกเฉินในภูมิภาค Biobio และ Nuble ไปก่อนหน้านี้ โดยภูมิภาคทั้งสามมีประชากรอาศัยอยู่น้อย และเป็นที่ตั้งของพื้นที่ป่า ไร่องุ่น แอปเปิ้ล รวมถึงเบอร์รี่ที่ปลูกเพื่อการส่งออก
ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างอิงข้อมูลของแคโรไลนา โทฮา รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของชิลี ที่เผยว่า รัฐบาลของประเทศสเปน เม็กซิโก อุรุกวัย อาร์เจนตินา และบราซิล ได้เสนอความช่วยเหลือเหตุไฟป่าในครั้งนี้แล้ว

