ยอดดับดินไหวตุรกี-ซีเรียพุ่ง 12,000 หวั่นผู้รอดชีวิตไปต่อไม่ไหว รบ.ตั้งเป้าฟื้นฟูใน 1 ปี
สภาพอากาศหนาวเย็นที่แพร่กระจายไปทั่วตุรกีและซีเรียทำให้ปฏิบัติการในการค้นหาผู้รอดชีวิตยากลำบากและซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิที่ลดลงต่ำได้เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เหยื่อซึ่งยังคงติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังประสบกับภาวะที่อุณหภูมิในร่างกายลดลงอย่างมากจนเป็นอันตรายถึงชีวิต
ล่าสุดในช่วงเช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ มีการยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตในตุรกีและซีเรียมากกว่า 12,000 รายแล้ว
นายเรเจพ แทยิป แอร์โดอาน ประธานาธิบดีตุรกี ซึ่งเดินทางลงพื้นที่ประสบภัยประกาศว่า รัฐบาลตั้งเป้าที่จะฟื้นฟูภูมิภาคคาฮ์รามันมารัช ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวขึ้นมาใหม่ภายในหนึ่งปี เพราะเราไม่สามารถที่จะปล่อยให้ประชาชนต้องอยู่ตามท้องถนนได้ โดยรัฐบาลจะใช้ทรัพยากรที่มีทั้งหมดภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติและท้องถิ่น เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามที่ตั้งใจ
ผู้นำตุรกีกล่าวว่ารัฐบาลมีแผนที่จะมอบเงิน 10,000 ลีราตุรกี หรือราว 17,500 บาท เพื่อช่วยครอบครัวที่รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว และจะมีการจัดสรรโรงแรมเพื่อให้ประชาชนเข้าพักอาศัยหากพวกเขาต้องการ พร้อมยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีการเตรียมพร้อมรับมือโศกนาฏกรรมที่ใหญ่ขนาดนี้
นายแอร์โดอานรับว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลมีปัญหาในการทำงานที่จะจัดการกับถนนที่ถูกกีดขวางและการจัดหาก๊าซให้กับเมืองต่างๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัย ซึ่งส่งผลให้ทีมกู้ภัยไปถึงอาคารที่พังถล่มลงมาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุไม่ได้ แต่ขณะนี้สถานการณ์ทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว และมันจะดีขึ้นในทุกๆ วัน
ปัจจุบันรัฐบาลตุรกีได้ตั้งโรงพยาบาลสนาม 77 แห่งใน 10 จังหวัดที่ประสบภัยแผ่นดินไหว โดยรัฐมนตรีสาธารณสุขตุรกีระบุว่าโรงพยาบาลเหล่านี้จะให้การบริการฉุกเฉินด้านการแพทย์ ขณะที่โรงพยาบาลสนามบางแห่งจะสามารถทำการผ่าตัดได้ด้วย หลังการดูแลเบื้องต้นแล้ว ในส่วนของเหยื่อจากเหตุแผ่นดินไหวซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพอื่นๆ จะถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลในภูมิภาคโดยเฮลิคอปเตอร์เพื่อรักษาตัวต่อไป
นายเจเรมี สมิธ หัวหน้าของสภากาชาดที่ดูแลภูมิภาคตะวันออกกลาง กล่าวว่า ปัจจุบันกำลังมีการเร่งทำงานเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือที่จำเป็น อาทิ เครื่องทำความร้อน เต็นท์ และอาหารให้กับผู้รอดชีวิตจากแผ่นดินไหว
อย่างไรก็ดีในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าความสนใจจะพุ่งไปที่การจัดการกับร่างของผู้เสียชีวิต แต่ขณะนี้ประสบปัญหาขาดแคลนถุงสำหรับใส่ร่างผู้เสียชีวิต ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่สามารถจัดการกับศพที่พบได้อย่างเหมาะสม และถุงใส่ศพยังจะทำให้เราสามารถฝังศพได้อย่างปลอดภัยและเป็นการให้เกียรติกับผู้วายชนม์อีกด้วย แต่สมิธได้ทราบข่าวจากเพื่อนร่วมงานในตุรกีว่า ไม่มีถุงใส่ศพเพียงพอสำหรับผู้เสียชีวิต ซึ่งมันกำลังเป็นเรื่องใหญ่และเป็นความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สมิธยังกล่าวถึงสถานการณ์ในซีเรียที่ประสบกับปัญหาสงครามกลางเมืองมาเป็นเวลายาวนาน ซึ่งทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางด้านการแพทย์และการรับมือกับเหตุฉุกเฉินจนทำให้มันเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต เนื่องจากแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงกลางฤดูหนาว มันทำให้สถานการณ์เลวร้ายย่ำแย่ถึงขีดสุดในช่วงค่ำคืน
นายโรเบิร์ต โฮเดน ผู้จัดการฝ่ายรับมือกับสถานการณ์ขององค์การอนามัยโลก กล่าวว่า ความท้าทายที่กำลังเผชิญคือการทำให้แน่ใจว่าผู้คนที่รอดชีวิตจากแผ่นดินไหว จะยังคงรอดชีวิตต่อไปได้ เนื่องจากขณะนี้มีคนหลายพันคนยังคงต้องอยู่ในสถานที่เปิด ภายใต้เงื่อนไขที่เลวร้ายอย่างยิ่งโดยไม่มีทั้งน้ำประปา ไฟฟ้า พลังงาน รวมถึงระบบการสื่อสารที่ใช้การได้
“เรากำลังอยู่ในอันตรายที่แท้จริงที่เห็นในระยะที่สองของภัยพิบัติ ซึ่งอาจจะยิ่งทำอันตรายต่อผู้คนได้มากยิ่งกว่าภัยพิบัติเบื้องต้น หากเราไม่เร่งทำงานอย่างเร่งด่วนเช่นเดียวกับปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย แต่นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายและขนาดของปฏิบัติการครั้งนี้มันใหญ่โตมโหฬารมาก” โฮเดนกล่าว

