ฮ่องกงบุกจับร้านลอบขายเนื้อ ‘สุนัข-แมว’ หลังทางการสั่งห้ามขายกว่า 70 ปี
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ว่า ทางการฮ่องกงบุกจับร้านค้าที่ต้องสงสัยว่าขายเนื้อสุนัขและแมวเพื่อการบริโภค หลังจากฮ่องกงประกาศให้การขายเนื้อสัตว์ประเภทดังกล่าวเป็นสิ่งผิดกฎหมายมานานกว่า 70 ปี
เจ้าหน้าที่เข้ายึดตัวอย่างเนื้อสุนัขหรือแมวต้องสงสัยที่ร้านค้าในเขตเหยามาเต่ย ระหว่าง “ปฏิบัติการแบบสายฟ้าแลบ” ระหว่างกรมเกษตร การประมง และการอนุรักษ์ (เอเอฟซีดี) ร่วมกับกรมอนามัยด้านอาหารและสิ่งแวดล้อมของฮ่องกง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
เอเอฟซีดีกล่าวว่าได้ดำเนินการบุกตรวจค้นหลังจากได้รับรายงานว่ามีการขายเนื้อสุนัขและแมวในเขตเหยามาเต่ย ซึ่งเป็นย่านการค้า ที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นในเขตเกาลูน และว่าได้มีการจัดเตรียมการตรวจสอบตัวอย่างเนื้อสัตว์ที่ยึดมาได้แล้ว
หน่วยงานดังกล่าวยังระบุอีกว่า กำลังทำการสอบสวนว่าร้านค้าที่ว่านี้ค้าขายเนื้อสัตว์โดยไม่มีใบอนุญาตหรือไม่
“จะมีการดำเนินคดีหากได้รับการพิสูจน์” เอเอฟซีดีระบุผ่านแถลงการณ์
ปฏิบัติการของทางการฮ่องกงนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สื่อท้องถิ่นที่รายงานว่า สามารถหาซื้อเนื้อสุนัข-แมวแช่แข็งในราคาประมาณ 12 ดอลลาร์ต่อเนื้อสัตว์หนักราวๆ 1.3 ปอนด์ ซึ่งใกล้เคียงกับราคาเนื้อวัวปรุงสุก
กลุ่ม “สังคมเพื่อป้องกันความโหดร้ายต่อสัตว์” ที่คุ้มครองสิทธิในท้องถิ่น กล่าวเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ว่า ขอประณามการขายเนื้อสุนัขและแมวเพื่อเป็นอาหารอย่างแข็งกร้าว
ทั้งนี้ การบริโภคเนื้อสุนัขและแมวถือเป็นสิ่งต้องห้ามตั้งแต่ปี 1950 ภายใต้กฎหมายของฮ่องกง และรายงานข่าวนี้ได้กระตุ้นให้สมาชิกสภานิติบัญญัติและกลุ่มผู้สนับสนุนสวัสดิภาพสัตว์เพื่อเรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น ส่วนผู้กระทำผิดต้องรับโทษปรับสูงสุด 640 ดอลลาร์ และจำคุก 6 เดือน

