ยอดผู้เสียชีวิตตุรกี-ซีเรียทะลุ 28,000 เกิดเหตุปะทะในพื้นที่ ทำทีมกู้ภัยเยอรมนี-ออสเตรียหยุดค้นหา
จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในตุรกี ซึ่งทำให้ตึกจำนวนมากในตุรกีและซีเรียถล่มลงมาล่าสุดอยู่ที่มากกว่า 28,000 รายแล้ว โดยเป็นผู้เสียชีวิตในตุรกี 24,617 ราย และในซีเรียมากกว่า 3,500 ราย แต่ไม่ได้มีการปรับเพิ่มตัวเลขผู้เสียชีวิตในซีเรียเพิ่มเติมตั้งแต่วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์แล้ว
อย่างไรก็ดีเกิดความไม่สงบขึ้นในพื้นที่ทางตอนใต้ของตุรกีในเขตแผ่นดินไหว ทำให้ความพยายามในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยหยุดชะงัก ท่ามกลางความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตซึ่งลดน้อยลงเรื่อยๆ
หน่วยกู้ภัยเยอรมนีและกองทัพออสเตรียยุติปฏิบัติการค้นหาเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ หลังเกิดเหตุปะทะระหว่างกลุ่มที่ไม่ทราบฝ่าย โดยพันโทปิแอร์ คูเกลไวส์ โฆษกกองทัพออสเตรียกล่าวว่า เกิดเหตุปะทะขึ้นใน จ.ฮาทัย ทำให้หน่วยบรรเทาภัยพิบัติของกองทัพออสเตรียหลายสิบคนต้องเข้าไปหลบภัยในฐานที่พักขององค์การระหว่างประเทศอื่นๆ
“มีความก้าวร้าวมากขึ้นระหว่างกลุ่มต่างๆ ในตุรกี โอกาสในการช่วยชีวิตไม่สมเหตุสมผลกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัย” พันโทคูเกลไวส์กล่าว
อย่างไรก็ดี เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังออสเตรียประกาศยุติปฏิบัติการกู้ภัยในตุรกีชั่วคราว กองทัพตุรกีได้ก้าวเข้ามาให้ความคุ้มครอง ทำให้ปฏิบัติการกู้ภัยสามารถกลับมาดำเนินการได้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง
ขณะที่กลุ่มค้นหาและช่วยเหลือ ISAR ของเยอรมนี และหน่วยงานบรรเทาทุกข์ทางเทคนิค TSW ของเยอรมนี ก็ระงับการปฏิบัติหน้าที่เช่นกัน โดยระบุถึงสาเหตุว่ามาจากปัญหาด้านความปลอดภัย สเตฟาน ไฮน์ โฆษก ISAR กล่าวว่า มีรายงานการปะทะกันระหว่างกลุ่มต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ และมีการยิงปืนเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน
สวีเวน เบเยอร์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการของ ISAR คาดว่า การรักษาความปลอดภัยจะแย่ลงเรื่อยๆ เนื่องจากอาหาร น้ำ ไปจนถึงความหวัง เริ่มหายากมากขึ้น เรากำลังเฝ้าดูพัฒนาการของสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด
ทีมกู้ภัยเยอรมนีระบุว่า พวกเขาจะกลับมาทำงานทันทีที่ทางการตุรกีเห็นว่า สถานการณ์ในพื้นที่ปลอดภัยแล้ว
สื่อท้องถิ่นของตุรกีรายงานว่า มีผู้ถูกจับกุมเกือบ 50 คนในข้อหาลักขโมย โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดปืนได้หลายกระบอก พร้อมด้วยเงินสด เครื่องประดับ และบัตรเครดิตของธนาคาร
นายเรเจพ เทยิพ แอร์โดอาน ประธานาธิบดีตุรกี กล่าวระหว่างเยือนเขตภัยพิบัติว่า เราได้ประกาศภาวะฉุกเฉินแล้ว นั่นหมายความว่านับจากนี้ไปคนที่มีส่วนร่วมในการปล้นสะดมหรือลักพาตัวต้องตระหนักว่า เงื้อมมือของรัฐกำลังไล่ล่าพวกเขา

