แผ่นดินไหวตุรกีดับทะลุ 33,000 รัฐพุ่งเป้าเล่นงานผู้รับเหมาโยงตึกถล่ม
จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในตุรกีซึ่งสร้างความเสียหายในพื้นที่ทางตอนเหนือของซีเรียด้วยเพิ่มขึ้นเป็น 33,000 รายแล้วในช่วงเช้าวันที่ 13 กุมภาพันธ์
ทั้งนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตในตุรกีล่าสุดอยู่ที่ 29,605 ราย ขณะที่ในซีเรียมีการประกาศจำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 3,553 รายเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่ตัวเลขของรัฐบาลยังคงอยู่ที่เพียง 1,387 รายเท่านั้น

รัฐมนตรียุติธรรมตุรกีระบุว่าขณะนี้กำลังมีการสอบปากคำผู้คนรวม 131 คนในข้อหาว่าพวกเขามีส่วนรับผิดชอบในการก่อสร้างอาคารที่พังถล่มลงมาขณะเกิดเหตุแผ่นดินไหว
แม้ว่าอาคารในตุรกีจะถูกกำหนดให้ต้องผ่านมาตรฐานที่ทนทานต่อแผ่นดินไหว แต่ดูเหมือนมาตรฐานดังกล่าวจะปรากฏอยู่เพียงบนแผ่นกระดาษเท่านั้น โดยแทบไม่มีการบังคับใช้จริง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำไมอาคารจำนวนมากถึงพังถล่มลงมา
กระทรวงยุติธรรมตุรกีระบุว่าขณะนี้มีการจับกุมตัวคน 3 คน และอีก 7 คนอยู่ในระหว่างถูกควบคุมตัว ขณะที่อีก 7 คนถูกสั่งห้ามเดินทางออกจากตุรกี ทั้งยังมีรายงานผู้รับเหมา 2 คนที่รับผิดชอบกับการสร้างอาคารใน Adiyaman ถูกจับที่สนามบินในอิสตันบูลเมื่อวันอาทิตย์ ขณะพยายามเดินทางออกนอกประเทศ

ขณะที่ความพยายามในการค้นหาและกู้ภัยก็ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงต่างประเทศตุรกีระบุว่า มีเจ้าหน้าที่กู้ภัย 9,595 คนจาก 74 ประเทศได้เข้าร่วมและปฏิบัติการดังกล่าว ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของตุรกีอีก 34,717 ราย และยังจะมีผู้แทนต่างชาติเดินทางมาให้ความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นอีก
รายงานข่าวระบุว่าทีมกู้ภัยสามารถพบผู้รอดชีวิตเพิ่มขึ้นอีกถึงแม้ว่าแผ่นดินไหวจะกินเวลายาวนานเข้าสู่วันที่ 7 แล้วก็ตาม โดยมีการใช้กล้องตรวจจับความร้อนเพื่อค้นหาผู้ที่ยังอาจจะรอดชีวิต พร้อมกับมีการขอให้ทุกคนอยู่ในความเงียบ เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้สามารถได้ยินเสียงผู้ที่ยังคงติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
ใน จ.ฮาทัย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจังหวัดหนึ่ง เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือหญิงวัย 50 ปีออกมาได้ในเมืองอิสเคนเดอรัน ถึงแม้ว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถช่วยชีวิตหญิงอีก 2 คนซึ่งหนึ่งในนั้นกำลังตั้งครรภ์ได้ในพื้นที่จังหวัดเดียวกันอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีรายงานพบผู้รอดชีวิตเพิ่มเติมใน Adiyaman โดยเด็กชายวัย 6 ขวบถูกดึงขึ้นมาจากซากบ้านของเขา ส่วนใน Antakya ชายคนหนึ่งใน 9 คนที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังถูกช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย ขณะที่ใน Kirikhan ชาวตุรกีและเยอรมนีช่วยคนอายุ 88 ปีออกมาได้ เช่นเดียวกับทีมกู้ภัยเยอรมนีและอิตาลีที่สามารถช่วยชายวัย 35 ปีได้เช่นกัน
สนามบินฮาทัยได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ หลังมีการซ่อมแซมรันเวย์เป็นที่เรียบร้อย เครื่องบินของกองทัพและเครื่องบินพาณิชย์ขนสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัย และอพยพผู้คนออกจากพื้นที่แผ่นดินไหว
ขณะที่รถแบ๊กโฮและรถตักดินได้เตรียมขุดหลุมศพขนาดใหญ่ที่ชานเมือง Antakya โดยรถกระบะและรถพยาบาลได้ขนถุงดำที่ใส่ร่างผู้เสียชีวิตจำนวนมากเข้ามาในพื้นที่ ขณะที่หลุมศพจำนวนมากหลายร้อยหลุมศพก็เพียงทำขึ้นอย่างง่ายๆ โดยมีเพียงป้ายไม้ปักไว้เท่านั้น
สถานการณ์ที่ซีเรียดูจะย่ำแย่กว่ามาก โดยนายเท็ดรอส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกที่เดินทางเข้าไปในซีเรียออกมาเตือนว่า ความเจ็บปวดยังคงรออยู่ข้างหน้าอีกมาก และภัยพิบัติครั้งนี้จะทำให้เกิดโศกนาฏกรรมที่กระทบกับคนหลายล้านคน เนื่องจากพวกเขาถูกซ้ำเติมตั้งแต่ความขัดแย้งในประเทศ การแพร่ระบาดของโควิด อหิวาตกโรค เศรษฐกิจถดถอย และมาเผชิญกับแผ่นดินไหวจนยากจะแบกรับเอาไว้ได้

