หน้าแรก ต่างประเทศ วิจัยนอกเผย ส...

วิจัยนอกเผย สรรพคุณนมผงเด็กส่วนใหญ่ ไร้ข้อมูลรับรองทางวิทยาศาสตร์

16.02.23 | 14:01 น.
(PIXABAY/Ben_Kerckx)

วิจัยนอกเผย สรรพคุณนมผงเด็กส่วนใหญ่ ไร้ข้อมูลรับรองทางวิทยาศาสตร์

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ว่า การศึกษาหนึ่งโดยนักวิชาการจากอังกฤษเผยว่า การกล่าวอ้างด้านสรรพคุณทางสุขภาพส่วนใหญ่ที่ใช้ในการโฆษณานมผงสำหรับทารกทั่วโลกนั้นขาดการสนับสนุนจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำ ส่งผลให้นักวิจัยชั้นนำเรียกร้องให้ขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในบรรจุภัณฑ์ธรรมดา

เดเนียล มุนบลิท อาจารย์อาวุโสกิตติคุณ จากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน ประเทศอังกฤษ และหนึ่งในนักวิจัยของการศึกษาดังกล่าว กล่าวว่า เหล่านักวิจัยไม่ได้ต้องการทำสงครามต่อต้านนมผง ซึ่งยังควรเป็นตัวเลือกให้กับเหล่าคุณแม่ที่ไม่สามารถให้นมบุตรได้ เพียงแต่คัดค้านการตลาดที่ไม่เหมาะสมของสินค้าชนิดนี้ ที่มีคำกล่าวอ้างซึ่งสร้างความเข้าใจผิดและไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนอย่างหนักแน่น

มุนบลิทและคณะนักวิจัยนานาชาติศึกษาสรรพคุณด้านสุขภาพของผลิตภัณฑ์นมผง 608 รายการจากเว็บไซต์ของบริษัทต่างๆ ใน 15 ประเทศ ซึ่งรวมถึงสหรัฐอเมริกา อินเดีย อังกฤษ และไนจีเรีย โดยข้ออ้างที่พบมากที่สุดคือ นมผงสนับสนุนพัฒนาการทางสมอง เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และกระตุ้นการเจริญเติบโตให้มากขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์จำนวนครึ่งหนึ่งไม่ได้เชื่อมโยงสรรพคุณดังกล่าวว่ามาจากส่วนผสมอะไร ขณะที่ 3 ใน 4 ของนมผงดังกล่าวขาดข้อมูลทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนคำกล่าวอ้างทางสุขภาพ

ด้านผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รับรอง มีจำนวนกว่าครึ่งที่ใช้งานประเภทบทวิจารณ์ บทความคิดเห็น รวมถึงการวิจัยที่ทดลองในสัตว์ในการสนับสนุนคำกล่าวอ้างของตน มีเพียง 14% ของผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิงการทดลองทางคลินิกในมนุษย์ อย่างไรก็ดี 90% ของการทดลองดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอคติทางข้อมูล ซึ่งรวมถึงปัญหาข้อมูลสูญหายหรือข้อค้นพบที่ไม่สนับสนุนคำกล่าวอ้าง อีกทั้งเกือบ 90% ของการทดลองดังกล่าว ยังปรากฏนักวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนหรือมีความสัมพันธ์กับอุตสาหกรรมนมผง

มุนบลิทกล่าวว่า คำกล่าวอ้างด้านสุขภาพส่วนใหญ่นี้ใช้เพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์นมผงสูตรพิเศษ ซึ่งอาจเป็นเรื่องน่าวิตกสำหรับผู้ปกครอง หากพวกเขาเข้าใจผิดคิดว่าส่วนผสมเหล่านี้มีความจำเป็นแต่ไม่สามารถซื้อนมผงนี้ได้ และเสนอว่าบริษัทต่างๆ ควรใช้บรรจุภัณฑ์แบบเรียบๆ เพื่อแก้ไขปัญหานี้

Advertisement

ทั้งนี้ การศึกษาดังกล่าวเผยแพร่หนึ่งสัปดาห์ภายหลังที่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์และแพทย์จำนวนหนึ่งได้ออกมาเรียกร้องให้มีการใช้ข้อบังคับทางกฎหมายปราบปรามอุตสาหกรรมนมผงเด็กที่มีมูลค่าสูงถึง 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการใช้การตลาดอย่างรุนแรงเพื่อกำจัดคู่แข่ง ซึ่งเหล่าผู้เรียกร้องกล่าวว่าเป็นการใช้ประโยชน์จากความกลัวของพ่อแม่มือใหม่เพื่อโน้มน้าวให้พวกเขาไม่ให้น้ำนมแม่แก่บุตร