หมายเหตุ”มติชน”… น.ส.พรรณพิมล สุวรรณพงศ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำบังกลาเทศซึ่งมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศภูฏาน ได้บอกเล่าให้ฟังถึงความผูกพันและความร่วมมือระหว่างไทยกับภูฏานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้จากโครงการตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งช่วยถักทอความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้เกิดเป็นความผูกพันอันดีต่อกันเช่นในปัจจุบัน
ความผูกพันระหว่างราชวงศ์ภูฏานและไทยเห็นได้อย่างชัดเจนในวันที่มีข่าวประชวรหนัก กงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำประเทศภูฏาน ซึ่งเป็นพระมาตุลา (น้าชาย) ของพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังซุก ได้โทรมาแจ้งว่าพระองค์ได้สั่งให้วัดในภูฏานทุกวัดสวดมนต์ให้กับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจากมีข่าวเสด็จสวรรคตก็ได้โทรมาอีกครั้ง แจ้งความเสียใจอย่างสุดซึ้ง พร้อมกับแจ้งว่าทางกษัตริย์จิกมีกำลังจะประกอบพิธีแสดงความอาลัยให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และพระองค์อยากมาถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศโดยเร็วที่สุดตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม ซึ่งได้แจ้งกลับไปว่าเป็นเรื่องลำบากเพราะยังไม่เคลื่อนพระบรมศพ และรีบประสานให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรับทราบ จากนั้นกษัตริย์จิกมีก็ได้เสด็จฯมาในวันที่ 15 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันครบรอบวันฉลองอภิเษกสมรสของพระองค์และทรงเดินทางมาทั้งครอบครัว
ในภูฏานนั้นมีทั้งโครงการหลวงและโครงการตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็นเจ้านายไทยพระองค์แรกที่เสด็จเยือนภูฏาน และนำเอาโครงการหลวงเข้าไปยังเมืองภูนาคา มีศูนย์การเรียนรู้ชิมิปัง ปลูกผักผลไม้เมืองหนาว หญ้าแฝก ขณะที่หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง ก็เข้าไปช่วยโครงการปลูกพืชผัก ผลไม้ และดอกไม้เมืองหนาว มีการจัดงานแสดงที่ราชวังฤดูร้อน เมืองพาโรในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายนทุกปี โดยปีนี้จัดต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 3 แล้ว
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯให้ดำเนินโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในภูฏานจาก 3 โรงเรียน ขณะนี้ขยายเพิ่มเป็น 6 โรงเรียน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของโรงเรียนทั้งในเรื่องการผลิตและแปรรูปอาหาร มีโครงการอาหารกลางวันสำหรับเด็ก และส่งเสริมให้เด็กทำเกษตรกรรมในโรงเรียน รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เน้นการสอนให้ชุมชนรู้จักคิดและทำ นอกจากนี้ ยังมีการฝึกให้เรียนอาชีวศึกษาอีกด้วย เพราะขณะนี้ภูฏานก็ประสบปัญหาคนเดินทางเข้ามาหางานทำในเมือง ไม่กลับบ้านเกิด เมื่อไม่นานมานี้สมเด็จพระเทพฯก็เสด็จฯไปติดตามความคืบหน้าของโครงการดังกล่าวด้วยพระองค์เองอีกด้วย
ราชวงศ์ภูฏานแทบทุกพระองค์เสด็จมาศึกษาดูงานในไทยอย่างสม่ำเสมอ นอกจากโครงการตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีได้เสด็จฯไปทอดพระเนตรหลายครั้ง พระองค์ยังสนใจโครงการด้านการเกษตร เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในลักษณะเดียวกับโอท็อปของไทย ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็ได้ประสานงานกับฝ่ายภูฏานในการดำเนินโครงการดังกล่าว
ทางภูฏานได้เรียนรู้และนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ สอนให้แม่บ้านปลูกผัก มีการนำเอาเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพไปแจกจ่าย แนะนำให้สร้างฝายเก็บน้ำ นอกจากนี้ ยังมีการให้ทุนการศึกษาสำหรับครูและแพทย์ชาวภูฏานมายังไทย ขณะที่เมื่อไม่นานมานี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้เดินทางเยือนภูฏานเพื่อหาทางส่งเสริมและกระชับความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน รวมถึงติดตามความก้าวหน้าในโครงการพระราชดำริของกษัตริย์จิกมี ไปจนถึงช่วยเหลือสร้างฝายทดน้ำและอ่างเก็บน้ำขนาดย่อม
สิ่งเหล่านี้ทำให้ชาวภูฏานซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยและราชวงศ์ไทย

