เปิดเบื้องหลัง ทริปลับสุดยอด ‘โจ ไบเดน’ โผล่เยือนเคียฟ

21.02.23 | 16:47 น.
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา ขณะกำลังเดินไปยังห้องโดยสารของตนเองที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็นพิเศษ บนขบวนรถไฟที่ออกจากโปแลนด์ มุ่งหน้าสู่กรุงเคียฟของยูเครน เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ซึ่งใช้เวลาเดินทางเกือบ 10 ชม. (รอยเตอร์)

เปิดเบื้องหลัง ทริปลับสุดยอด ‘โจ ไบเดน’ โผล่เยือนเคียฟ

เป็นทริปที่สร้างความเซอร์ไพรส์ไม่น้อย เมื่อจู่ๆ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา ในวัย 80 ปี ก็ปรากฎตัวขึ้นกลางกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน เคียงข้าง “โวโลดิมีร์ เซเลนสกี” ประธานาธิบดียูเครน เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ตามเวลาท้องถิ่น ในขณะที่สงครามโจมตียูเครนของรัสเซียยังคงดำเนินต่อไป

ไบเดน ขณะอยู่กับ เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ (รอยเตอร์)

แผนการเดินทางเยือนกรุงเคียฟครั้งนี้ของ ไบเดน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉาก “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” ในยูเครนเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2022 หรือเกือบ 1 ปีก่อน และมีขึ้นไม่กี่วันก่อนจะครบรอบ 1 ปีที่รัสเซียทำสงครามรุกรานยูเครนพอดิบพอดีนั้น ได้ถูกปกปิดเป็นความลับขั้นสุดยอด โดยมีการนำคณะผู้ติดตามไบเดนไปน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่อารักขาความปลอดภัยจำนวนหนึ่ง ทีมแพทย์ประจำตัว ที่ปรึกษาใกล้ชิด รวมถึงผู้สื่อข่าวเพียง 1 คน และ ช่างภาพอีก 1 คน ร่วมคณะไปเท่านั้น

เครื่องบินเล็กโบอิ้ง ซี-32 ที่ไบเดนใช้เดินทาง จอดอยู่ที่สนามบินในโปแลนด์ (รอยเตอร์)

โดยที่ผู้สื่อข่าวคือ ซาบรีนา ซิดดิกี จากเดอะ วอลสตรีท เจอร์นัล และ อีแวน วุชชี ช่างภาพของสำนักข่าวเอพี ต้องกล่าวคำสาบานตนว่า จะเก็บรักษาแผนการเยือนกรุงเคียฟของผู้นำสหรัฐไว้เป็นความลับสุดยอด ไปจนกว่าจะได้รับอนุญาตให้เผยแพร่รายงานข่าวได้

ไบเดนถึงกรุงเคียฟ (รอยเตอร์)

แผนการเยือนกรุงเคียฟของไบเดน แบบ “ท็อป ซีเคร็ต” เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 04.00 น.ของวันอาทิตย์(19 ก.พ.) ไบเดน พร้อมคณะ ถูกพาขึ้นเครื่องบินโบอิ้ง 757 ของกองทัพอากาศสหรัฐ หรือที่เรียกว่า ซี-32 อันเป็นเครื่องบินรุ่นเล็กกว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐใช้ในการเดินทางไปต่างประเทศทั่วไป โดยจอดอยู่ห่างไปจากจุดที่ไบเดนขึ้นเครื่องบินในการเดินทางตามปกติเพียงเล็กน้อย

ประธานาธิบดีเซเลนสกี(ขวา) และภรรยา ให้การต้อนรับประธานาธิบดีไบเดน ที่หน้าพระราชวังมารินสกี ในกรุงเคียฟ (รอยเตอร์)

ทุกอย่างเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้ความมืด หน้าต่างเครื่องบินทุกบานถูกดึงปิดลง ก่อนที่ในอีก 15 นาทีต่อมา การเดินทางสู่สมรภูมิยูเครนของคณะไบเดนจึงได้เริ่มต้นขึ้น

Advertisement

ทันทีที่ทำเนียบขาวเปิดไฟเขียวให้เผยรายละเอียดเกี่ยวกับการเยือนเคียฟของไบเดนได้ ซิดดิกี เปิดเผยว่า เธอและช่างภาพของเอพี ได้ถูกเรียกตัวไปยังฐานทัพร่วมแอนดรูว์ส ซึ่งตั้งอยู่นอกกรุงวอชิงตัน เมื่อเวลา 02.15 น.ของวันอาทิตย์ นอกจากพวกเขาจะต้องสาบานว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับสุดยอดแล้ว พวกเขายังถูกยึดโทรศัพท์ไว้และยังไม่ได้คืน จนกระทั่งไบเดนเดินทางถึงกรุงเคียฟเป็นที่เรียบร้อยในอีก 24 ชม.ต่อมา

เซเลนสกีพาไบเดนชมโบสถ์เซนต์ไมเคิล ในกรุงเคียฟ (รอยเตอร์)

พวกเขาใช้เวลาเดินทางราว 7 ชม. จากวอชิงตัน กระทั่งมาถึงฐานทัพแรมสไตน์ ในเยอรมนี เพื่อแวะเติมน้ำมัน ที่นี่หน้าต่างเครื่องบินซี-32 ทุกบานยังคงปิดสนิท โดยไม่มีใครได้ลงจากเครื่อง

หมุดหมายต่อไปคือการเดินทางสู่โปแลนด์ ที่เครื่องบินนำคณะไบเดนลงจอดที่สนามบิน Rzeszow–Jasionka ของโปแลนด์ ซึ่งนับตั้งแต่เกิดสงครามยูเครน สนามบินแห่งนี้ได้กลายร่างเป็น ศูนย์กลางระหว่างประเทศสำหรับความพยายามที่นำโดยสหรัฐ ในการนำส่งอาวุธยุทโธปกรณ์และเครื่องกระสุน มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปสนับสนุนยูเครน

รอยเตอร์

ถึงจุดนี้ทั้งซิดดิกีและวุชชี ยังไม่ได้พบไบเดน แม้กระทั่งที่สนามบินหรือเมื่อพวกเขาได้ขึ้นขบวนรถเอสยูวีไป ซึ่งแตกต่างจากการติดตามภารกิจประธานาธิบดีสหรัฐทั่วไปของสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ ในครั้งนี้ไม่มีเสียงไซเรน หรือสิ่งที่จะประกาศว่าประธานาธิบดีสหรัฐ กำลังมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟ Przemysl Glowny ของโปแลนด์ ใกล้ชายแดนยูเครน

ไบเดนและเซเลนสกี ร่วมกันวางพวงหรีด ที่กำแพงอนุสรณ์ ด้านนอกโบสถ์เซนต์ไมเคิล (รอยเตอร์)

ราว 3 ทุ่มเศษตามเวลาท้องถิ่น เมื่อมาถึงสถานีรถไฟ Przemysl Glowny ผู้สื่อข่าววอลสตรีท เจอร์นัล และ ช่างภาพเอพี ซึ่งก็ยังไม่ได้พบไบเดน ถูกบอกให้ขึ้นขบวนรถไฟ ที่มีอยู่ด้วยกัน 8 ตู้ ผู้คนส่วนใหญ่ในขบวนอยู่ภายใต้การรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา การเดินทางด้วยรถไฟขบวนนี้กินเวลาถึง 10 ชม.ในการเข้าสู่ยูเครน ก่อนที่รถไฟจะแล่นเข้าสู่กรุงเคียฟพร้อมพระอาทิตย์ขึ้น

ให้กำลังใจ (รอยเตอร์)

ไบเดน ผู้เคยย่ำเยือนกรุงเคียฟในขณะที่เขาดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในสมัยรัฐบาลบารัค โอบามานั้น ได้สาวท้าวลงจากรถไฟเมื่อเวลาประมาณ 08.07 น.ของวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น พร้อมกับกล่าวว่า “ดีใจที่ได้กลับมาเคียฟ”

เป็นการเปิดฉากเยือนครั้งสำคัญที่มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับ ยูเครน ในการยืนหยัดต่อสู้กับรัสเซียต่อไป