
เปิดเบื้องหลัง ทริปลับสุดยอด ‘โจ ไบเดน’ โผล่เยือนเคียฟ
เป็นทริปที่สร้างความเซอร์ไพรส์ไม่น้อย เมื่อจู่ๆ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา ในวัย 80 ปี ก็ปรากฎตัวขึ้นกลางกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน เคียงข้าง “โวโลดิมีร์ เซเลนสกี” ประธานาธิบดียูเครน เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ตามเวลาท้องถิ่น ในขณะที่สงครามโจมตียูเครนของรัสเซียยังคงดำเนินต่อไป

แผนการเดินทางเยือนกรุงเคียฟครั้งนี้ของ ไบเดน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉาก “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” ในยูเครนเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2022 หรือเกือบ 1 ปีก่อน และมีขึ้นไม่กี่วันก่อนจะครบรอบ 1 ปีที่รัสเซียทำสงครามรุกรานยูเครนพอดิบพอดีนั้น ได้ถูกปกปิดเป็นความลับขั้นสุดยอด โดยมีการนำคณะผู้ติดตามไบเดนไปน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่อารักขาความปลอดภัยจำนวนหนึ่ง ทีมแพทย์ประจำตัว ที่ปรึกษาใกล้ชิด รวมถึงผู้สื่อข่าวเพียง 1 คน และ ช่างภาพอีก 1 คน ร่วมคณะไปเท่านั้น

โดยที่ผู้สื่อข่าวคือ ซาบรีนา ซิดดิกี จากเดอะ วอลสตรีท เจอร์นัล และ อีแวน วุชชี ช่างภาพของสำนักข่าวเอพี ต้องกล่าวคำสาบานตนว่า จะเก็บรักษาแผนการเยือนกรุงเคียฟของผู้นำสหรัฐไว้เป็นความลับสุดยอด ไปจนกว่าจะได้รับอนุญาตให้เผยแพร่รายงานข่าวได้

แผนการเยือนกรุงเคียฟของไบเดน แบบ “ท็อป ซีเคร็ต” เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 04.00 น.ของวันอาทิตย์(19 ก.พ.) ไบเดน พร้อมคณะ ถูกพาขึ้นเครื่องบินโบอิ้ง 757 ของกองทัพอากาศสหรัฐ หรือที่เรียกว่า ซี-32 อันเป็นเครื่องบินรุ่นเล็กกว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐใช้ในการเดินทางไปต่างประเทศทั่วไป โดยจอดอยู่ห่างไปจากจุดที่ไบเดนขึ้นเครื่องบินในการเดินทางตามปกติเพียงเล็กน้อย

ทุกอย่างเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้ความมืด หน้าต่างเครื่องบินทุกบานถูกดึงปิดลง ก่อนที่ในอีก 15 นาทีต่อมา การเดินทางสู่สมรภูมิยูเครนของคณะไบเดนจึงได้เริ่มต้นขึ้น
ทันทีที่ทำเนียบขาวเปิดไฟเขียวให้เผยรายละเอียดเกี่ยวกับการเยือนเคียฟของไบเดนได้ ซิดดิกี เปิดเผยว่า เธอและช่างภาพของเอพี ได้ถูกเรียกตัวไปยังฐานทัพร่วมแอนดรูว์ส ซึ่งตั้งอยู่นอกกรุงวอชิงตัน เมื่อเวลา 02.15 น.ของวันอาทิตย์ นอกจากพวกเขาจะต้องสาบานว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับสุดยอดแล้ว พวกเขายังถูกยึดโทรศัพท์ไว้และยังไม่ได้คืน จนกระทั่งไบเดนเดินทางถึงกรุงเคียฟเป็นที่เรียบร้อยในอีก 24 ชม.ต่อมา

พวกเขาใช้เวลาเดินทางราว 7 ชม. จากวอชิงตัน กระทั่งมาถึงฐานทัพแรมสไตน์ ในเยอรมนี เพื่อแวะเติมน้ำมัน ที่นี่หน้าต่างเครื่องบินซี-32 ทุกบานยังคงปิดสนิท โดยไม่มีใครได้ลงจากเครื่อง
หมุดหมายต่อไปคือการเดินทางสู่โปแลนด์ ที่เครื่องบินนำคณะไบเดนลงจอดที่สนามบิน Rzeszow–Jasionka ของโปแลนด์ ซึ่งนับตั้งแต่เกิดสงครามยูเครน สนามบินแห่งนี้ได้กลายร่างเป็น ศูนย์กลางระหว่างประเทศสำหรับความพยายามที่นำโดยสหรัฐ ในการนำส่งอาวุธยุทโธปกรณ์และเครื่องกระสุน มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปสนับสนุนยูเครน

ถึงจุดนี้ทั้งซิดดิกีและวุชชี ยังไม่ได้พบไบเดน แม้กระทั่งที่สนามบินหรือเมื่อพวกเขาได้ขึ้นขบวนรถเอสยูวีไป ซึ่งแตกต่างจากการติดตามภารกิจประธานาธิบดีสหรัฐทั่วไปของสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ ในครั้งนี้ไม่มีเสียงไซเรน หรือสิ่งที่จะประกาศว่าประธานาธิบดีสหรัฐ กำลังมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟ Przemysl Glowny ของโปแลนด์ ใกล้ชายแดนยูเครน

ราว 3 ทุ่มเศษตามเวลาท้องถิ่น เมื่อมาถึงสถานีรถไฟ Przemysl Glowny ผู้สื่อข่าววอลสตรีท เจอร์นัล และ ช่างภาพเอพี ซึ่งก็ยังไม่ได้พบไบเดน ถูกบอกให้ขึ้นขบวนรถไฟ ที่มีอยู่ด้วยกัน 8 ตู้ ผู้คนส่วนใหญ่ในขบวนอยู่ภายใต้การรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา การเดินทางด้วยรถไฟขบวนนี้กินเวลาถึง 10 ชม.ในการเข้าสู่ยูเครน ก่อนที่รถไฟจะแล่นเข้าสู่กรุงเคียฟพร้อมพระอาทิตย์ขึ้น

ไบเดน ผู้เคยย่ำเยือนกรุงเคียฟในขณะที่เขาดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในสมัยรัฐบาลบารัค โอบามานั้น ได้สาวท้าวลงจากรถไฟเมื่อเวลาประมาณ 08.07 น.ของวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น พร้อมกับกล่าวว่า “ดีใจที่ได้กลับมาเคียฟ”
เป็นการเปิดฉากเยือนครั้งสำคัญที่มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับ ยูเครน ในการยืนหยัดต่อสู้กับรัสเซียต่อไป
