ยูนิเซฟเผย ยอดดับเซ่นกับระเบิดในเมียนมาพุ่ง หลังกองทัพยึดอำนาจ
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ รายงานเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากกับระเบิดและยุทโธปกรณ์ที่ยังไม่ได้ระเบิดในประเทศเมียนมาในปี 2022 ทั้งสิ้น 390 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2021 ถึง 40% หลังกองทัพเมียนมาเข้ายึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนของนางอองซาน ซูจี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2021
การทำรัฐประหารของกองทัพเมียนมาส่งผลให้กองทัพมีการปะทะกับกลุ่มกบฏชาติพันธุ์ต่างๆ และกองกำลังปกป้องประชาชน (พีดีเอฟ) ในพื้นที่ต่างๆของประเทศ อีกทั้งประเทศเมียนมาไม่ได้ลงนามในอนุสัญญาสหประชาชาติที่ว่าด้วยเรื่องการห้ามใช้ กักตุน หรือพัฒนาทุ่นระเบิดสังหารบุคคล
ยูนิเซฟให้ข้อมูลอีกว่า เหตุการณ์สลดที่เกี่ยวข้องกับทุ่นระเบิดราว 2 ใน 3 เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนที่มักมีการปะทะกันระหว่างกลุ่มกบฏชาติพันธุ์กับเจ้าหน้าที่กองทัพเมียนมา อีกทั้งยังมีการปะทะกันเองนานหลายสิบปีเพื่อช่วงชิงอำนาจในการปกครองตนเอง และแย่งกันยึดครองทรัพยากรต่างๆ อาทิ ไม้ หยก และยาเสพติด
ผู้เสียชีวิตราว 1 ใน 5 มาจากภูมิภาคสะกาย ทางตอนเหนือของประเทศ ที่อาศัยอยู่อย่างสงบก่อนหน้าที่จะมีการทำรัฐประหารของกองทัพเมียนมา และได้กลายมาเป็นศูนย์รวมของกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลทหาร
ในปี 2020 ก่อนหน้าที่กองทัพเมียนมาจะเข้ายึดอำนาจรัฐบาลนางซูจี ยูนิเซฟระบุว่า มีเหยื่อสังเวยกับระเบิดในเมียนมาจำนวน 254 ราย โดยรัฐบาลทหารเมียนมาถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมสงครามหลายครั้งในช่วงระหว่างที่เมียนมาต้องเผชิญกับปัญหาทางการเมืองภายในประเทศยาวนานหลายสิบปี โดยเมื่อปี 2022 แอมเนสตีอินเตอร์เนชั่นแนลเผยว่ากองทัพเมียนมาได้วางกับระเบิดจำนวนมากตามบริเวณต่างๆ อาทิ โบสถ์ และถนนหนทาง ในขณะที่กองทัพกำลังต่อสู้กับกลุ่มต่อต้านรัฐบาล
อย่างไรก็ดี ตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตของยูนิเซฟยังไม่ได้นับรวมตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการที่นักรบต่อต้านรัฐบาลมุ่งเป้าไปยังกองกำลังรักษาความมั่นคง และหน่วยงานท้องถิ่น

