‘ดอน’ หารือ ‘ปรัก สุคน’ จับมือปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ร่วมเปิดใช้งานสะพานมิตรภาพ ‘สระแก้ว-บันเตียเมียนเจย’
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เวลา 15.10 น. ณ โถงวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ เขตราชเทวี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวร่วมกับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของกัมพูชา หลังหารือทวิภาคีในโอกาสที่นายปรักเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ก่อนที่การแถลงข่าวจะเริ่มขึ้น ทั้งคู่ได้ถ่ายภาพร่วมกับเพื่อเปิดใช้งานสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา ซึ่งเชื่อมระหว่างจังหวัดสระแก้วของไทยกับจังหวัดบันเตียเมียนเจยของกัมพูชา อย่างไม่เป็นทางการ
นายดอนกล่าวว่า ตนและรองนายกฯปรัก สุคน ได้มีการหารือกันในหลายประเด็น ประเด็นแรกที่มีการพูดคุยคือความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งไทยและกัมพูชาจะมุ่งบรรลุเป้าหมายมูลค่าการค้าที่ตั้งไว้ที่ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2025 และการเปิดสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชาอย่างไม่เป็นทางการในวันนี้ถือเป็นหมุดหมายที่สำคัญกับการเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศ ซึ่งจะช่วยให้การสัญจรทางการค้าและประชาชนสะดวกยิ่งขึ้น พร้อมกับสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีความยินดีที่ทั้งสองประเทศมีความร่วมมือด้านการเงินอย่างใกล้ชิด โดยได้เปิดตัวบริการชำระเงินผ่าน QR Code ระหว่างไทยและกัมพูชาเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และจะหาแนวทางเพื่อขยายบริการให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ส่วนประเด็นความร่วมมือด้านความมั่นคง ได้เห็นพ้องที่จะกระชับความร่วมมือในการปราบปรามและป้องกันปัญหา “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” หรือการหลอกลวงแบบออนไลน์ ซึ่งเชื่อมโยงกับประเด็นการค้ามนุษย์ด้วย ฝ่ายไทยได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับฝ่ายกัมพูชาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมทั้งจะร่วมมือกับประเทศ สมาชิกอาเซียนอื่น ๆ ในประเด็นดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ ไทยและกัมพูชาจะเร่งดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยจะเริ่มดำเนินการในพื้นที่นำร่อง 10 แห่งก่อน และจะเสริมสร้างความเข้มแข็งในการรับมือภัยพิบัติ
ขณะที่นายปรักกล่าวว่า ทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่ให้มีการแลกเปลี่ยนการพูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอในทุกระดับ การค้าการลงทุนระหว่างไทยและกัมพูชาถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีแม้จะเผชิญกับปัญหาโควิด-19 เราเห็นตรงกันว่าจะเพิ่มความพยายามของเราเป็นสองเท่าเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายการค้าทวิภาคีที่ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2025 ตามที่ได้ตกลงกันไว้
ในด้านการศึกษา เด็กนักเรียนในกัมพูชาจำนวนมากได้ประโยชน์จากการมอบทุนการศึกษาของประเทศไทย จึงขอใช้โอกาสนี้แสดงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงก่อตั้งสถาบันเทคโนโลยี 2 แห่งในกัมพูชา และพระราชทานทุนการศึกษาจำนวนมาก
ทั้งสองประเทศยังตกลงที่จะร่วมกันกระตุ้นความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว สอดคล้องไปกับสโลแกน “สองราชอาณาจักร หนึ่งจุดหมายปลายทาง” ไทยและกัมพูชาตกลงที่จะให้ความร่วมมือในการทำให้แรงงานกัมพูชาถูกกฎหมายในไทย อีกทั้งตนได้ร้องขอให้ไทยมีการพิจารณาการลดค่าวีซ่าทำงานแก่แรงงานกัมพูชาในไทยอีกด้วย
ตนและท่านรัฐมนตรีดอนยังได้หารือถึงการร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ ซึ่งถือเป็นงานที่ท้าทายอย่างมากสำหรับทั้งสองประเทศ กัมพูชาไทยและได้กำหนดเป้าหมายการทำให้เกิดพื้นที่ปลอดกับระเบิดในปี 2025 และ 2026 ตามลำดับ โดยตนได้เน้นย้ำว่ากัมพูชาจะให้ความสนับสนุนกับไทยในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานเอ็กซ์โปวาระพิเศษที่ภูเก็ตในปี 2028 และยินดีที่จะให้การต้อนรับนักกีฬาไทยสู่การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 และการแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 12 ที่กัมพูชาเป็นเจ้าภาพในปีนี้

