หน้าแรก ต่างประเทศ 12 เดือน สงคร...

12 เดือน สงครามรัสเซีย-ยูเครน อียูส่งสารหนุนเคียฟ ในงาน ’12 Moments for Ukraine’

24.02.23 | 19:44 น.
(Delegation of the European Union to Thailand)

12 เดือน สงครามรัสเซีย-ยูเครน อียูส่งสารหนุนเคียฟ ในงาน ’12 Moments for Ukraine’

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย ในฐานะประธานสภาสหภาพยุโรป ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทย จัดงาน ’12 Moments for Ukraine’ ขึ้นที่ห้องเอนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับยูเครน เนื่องในวันครบรอบหนึ่งปีของการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบของรัสเซีย โดยมีคณะทูตานุทูตจาก 36 ประเทศ นักวิชาการ ตัวแทนจากภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมงานดังกล่าว

นายเดวิด ดาลี เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงานว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยได้มีส่วนร่วมในการจัดงานที่มีความสำคัญในวันนี้ซึ่งเป็นวันครบรอบ 12 เดือนที่รัสเซียรุกรานยูเครน

นายเดวิด ดาลี เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย (Delegation of the European Union to Thailand)

“นี่ไม่ใช่งานแห่งความปิติ ในทางกลับกัน มันคืองานที่แสนเจ็บปวด หนึ่งในความเศร้าโศกที่ลึกซึ้ง และข้อกังวลที่รุนแรง” นายเดวิดกล่าว พร้อมเสริมว่า งานในวันนี้จะสร้างความตระหนักรู้ถึงการละเมิดด้านมนุษยธรรมจากการรุกรานของรัสเซีย และสะท้อนความโหดร้ายที่เกิดขึ้นในทุกๆ เดือนผ่านข้อความ 12 ข้อความที่เหล่าตัวแทนทูตจากภูมิภาคต่างๆ ร่วมกันกล่าวในงานวันนี้

“ไม่มีอะไรจะสร้างความชอบธรรมให้กับการถูกคร่าชีวิต บ้านเมืองถูกพังทลาย และการก่อการร้ายที่ชาวยูเครนต้องเผชิญตลอด 12 เดือนที่ผ่านมาจวบจนทุกวันนี้ ไม่มีอะไรจะสร้างความชอบธรรมให้กับความก้าวร้าวของรัสเซียที่นำพาไม่ใช่แค่ยุโรป แต่ทุกที่ทั่วโลก ซึ่งรวมเอเชียให้พบเจอกับอันตรายครั้งใหญ่นี้ โลกกำลังเผชิญกับอันตรายเพราะรัสเซียเป็นชาติผู้มีอำนาจทางนิวเคลียร์” นายเดวิดกล่าว

Advertisement

นายเดวิดยังตอกย้ำจุดยืนของสหภาพยุโรปที่อยู่เคียงข้างยูเครน และชาติอื่นๆ ทั่วโลก รวมถึงไทย ที่ร่วมแสดงความสนับสนุนไม่ต่างกันผ่านการลงมติของสหประชาชาติล่าสุดของที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) เมื่อคืนนี้ (23 ก.พ.) ที่เรียกร้องสันติภาพที่ยั่งยืน ยุติธรรม และครอบคลุมในยูเครน พร้อมเสริมว่า การลงมติครั้งนี้มีความสำคัญมากต่อการมีชัยของระบบสหประชาชาติเหนือความก้าวร้าวของรัสเซีย

“พวกเราขอชื่นชมความยืนหยัดและความกล้าหาญของชาวยูเครน พวกเราภูมิใจที่วันนี้ได้ยืนเคียงข้างยูเครน และสุดท้าย ขอขอบคุณ ความคิดริเริ่มและความสร้างสรรค์ของนายยอน ออสเตริม เกรินดาห์ล เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทยที่จุดประกายงานในวันนี้ขึ้นมา” นายเดวิดกล่าว

(Delegation of the European Union to Thailand)

ต่อมานักการทูตประจำประเทศไทยจากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลกต่างทยอยออกมากล่าวสาร 12 ข้อความที่สะท้อนผลกระทบด้านมนุษยธรรมจากการรุกรานของรัสเซีย พร้อมวางดอกทานตะวัน ดอกไม้ประจำชาติยูเครนที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความไม่ย่อท้อของชาวยูเครน และแรงสนับสนุนที่แน่วแน่จากนานาชาตินับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น อีกทั้ง แต่ละข้อความยังเป็นสัญลักษณ์ของแต่ละช่วงเวลาในแต่ละเดือนของสงคราม

ก่อนสิ้นสุดงาน นายยอนได้เรียนเชิญให้ผู้ร่วมงานยืนขึ้นและร่วมรับฟังบทเพลงบรรเลงเปียโน “ความคิด” ผลงานของนักร้องชาวยูเครน รวมถึงเรียนเชิญให้ร่วมชมนิทรรศการภาพถ่ายของยูเครนในช่วงที่เกิดสงคราม “the  Year of resilience” ที่สะท้อนความทุกข์ทรมานที่ชาวยูเครนเผชิญ รวมถึงความไม่ย่อท้อของพวกเขาได้อย่างดี

(Delegation of the European Union to Thailand)

ในช่วงตอบคำถามนักข่าวภายหลังงาน ’12 Moments for Ukraine’ สิ้นสุด นายเดลีกล่าวว่าการลงมติของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่ยูเอ็นจีเอเมื่อคืนนี้ (23 ก.พ.) มีความสำคัญมาก เพราะเป็นดั่งกระบอกเสียงของประชาคมโลกที่แสดงความจริงจังต่อประเด็นสงครามรัสเซีย-ยูเครนอย่างมาก และตอกย้ำว่าการหาทางออกของปัญหานี้ที่จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนและครอบคลุมในยูเครนนั้น จะต้องเคารพหลักการพื้นฐานต่างๆ อาทิ อำนาจอธิปไตย เอกราช เอกภาพ และบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเอ็น

ต่อคำถามที่ว่าการที่คะแนนของมติสนับสนุนเมื่อคืนวันที่ 23 กุมภาพันธ์ลดลงจากมติครั้งก่อนหน้าสะท้อนอะไรหรือไม่ นายเดวิดกล่าวว่าสิ่งที่ควรพิจารณาไม่ใช่จำนวนเสียงโหวต แต่คือการที่มติทั้ง 4 ครั้งในประเด็นสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่มีขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่ผ่านมาจนถึงครั้งล่าสุดเมื่อคืนนี้ ต่างได้รับแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากรัฐสมาชิกยูเอ็น พร้อมกล่าวว่า ความคิดที่ว่าสงครามนี้เป็นเรื่องของยุโรปไม่เกี่ยวกับภูมิภาคอื่นคือ “ความผิดพลาด” เพราะการละเมิดอธิปไตยและการรุกล้ำดินแดนไม่ได้เป็นปัญหาที่จำกัดแต่ในทวีปยุโรป แต่เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกที่

“สงครามนี้ได้ทำให้มีการยกประเด็นหลักการพื้นฐานเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันในประชาคมโลกขึ้นมา ว่าเราต้องการอยู่ร่วมกันบนหลักนิติธรรมหรือบนพื้นฐานของอำนาจทางทหาร” นายเดวิดกล่าว

ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับความแบ่งแยกของอียูและแรงสนับสนุนจากภาคประชาชนที่อาจลดลง จากความเบื่อหน่ายสงครามและปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ นายเดลีกล่าวว่า ความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ประการหนึ่งของรัฐสภาเครมลินคือความคิดที่ว่ายุโรปจะแตกแยก เพราะเห็นได้ชัดว่าสหภาพยุโรป (อียู) มีความสามัคคีและสามารถตอบโต้สถานการณ์ที่ผ่านมาได้อย่างเป็นหนึ่งเดียวและรวดเร็ว “อียูมีการใช้มาตรการคว่ำบาตรถึง 9 รายการด้วยกันตลอดระยะเวลา 1 ปี และได้ให้การสนับสนุนยูเครนเป็นมูลค่าถึง 5 หมื่นล้านยูโร ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนงบประมาณการเงินมหภาคราว 3 หมื่นล้านยูโรที่ช่วยให้ยูเครนสามารถบริหารประเทศและหน่วยงานโครงสร้างขั้นพื้นฐานสามารถดำเนินการต่อไปได้ ”

การคาดการณ์ที่ผิดพลาดประการต่อมาคือ การที่คิดว่าอียูจะไม่สามารถแบกรับความท้าทายด้านพลังงานได้ นายเดวิดกล่าวว่า แน่นอนว่าปัญหานี้เป็นความท้าทายหลัก แต่สงครามของรัสเซียกลับเป็นดั่งตัวเร่งให้นโยบายด้านพลังงานของอียูซึ่งได้ดำเนินการมาก่อนหน้าแล้วหลายปีก้าวหน้าได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งจะทำให้อียูสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น พลังงานสะอาด และหันมาแหล่งพลังงานทางเลือกที่ดีกว่าเดิมและออกห่างจากการพึ่งพารัสเซียด้านพลังงานได้รวดเร็วขึ้น

นายยอน ออสเตริม เกรินดาห์ล เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย (Delegation of the European Union to Thailand)

ด้านนายยอนกล่าวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครนเป็นประเด็นปัญหา “การมีตัวตน” ที่ยุโรปไม่ได้เผชิญมาเป็นเวลาหลายปี ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ประเด็นความมั่นคง ไปจนถึงเรื่องเศรษฐกิจและอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นปัญหาที่กระทบต่อโลก เพราะเห็นได้ชัดว่าการรุกรานนี้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกฎบัตรสหประชาชาติ ด้วยเหตุนี้ สหภาพยุโรปจะยังคงสนับสนุนยูเครนต่อไป “ไม่ใช่เพราะมันเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพวกเรา ของทั้งโลก ยูเครนจะไม่แพ้ในศึกนี้ พวกเขาต้องชนะ”

ต่อคำถามที่ว่า อียูคาดหวังอะไรจากไทยและประเทศในตะวันออกเฉียงใต้ ในการสนับสนุนยูเครน นายเดวิดและนายยอนเห็นตรงกันว่า อียูคาดหวังให้ทุกชาติ ซึ่งรวมถึงไทยและเพื่อนบ้าน ตระหนักว่าความก้าวร้าวของรัสเซียเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ต่อระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนหลักนิติธรรมของยูเอ็น และให้ทุกชาติยังคงมีปฏิสัมพันธ์ต่อเหตุการณ์นี้ต่อไป เพื่อสนับสนุนความช่วยเหลือด้านมนุษยชน ด้านการเมือง หรือทางทหารแก่ยูเครน

นายไลซัค โอเล็กซานเดรอ อุปทูตยูเครนประจำประเทศไทย กล่าวว่า ยูเครนรู้สึกขอบคุณประชาคมระหว่างประเทศที่ช่วยเหลือและสนับสนุนยูเครนอย่างไม่เอนเอียง แน่นอนว่า 1 ปีแห่งสงครามเป็นเวลาที่ยาวนาน แต่ยูเครนยังคงมีความเข้มแข็งดังเดิม และอาจแข็งแกร่งกว่าแต่ก่อน เพราะได้รับการช่วยเหลือจากหลายประเทศพันธมิตร รวมถึงการประกาศอย่างชัดเจนว่าจะสนับสนุนยูเครนตราบเท่าที่สถานการณ์นี้จะดำเนินต่อไป ยูเครนจึงจะยืนหยัดในการต่อสู้ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อหรือไหวติง และตั้งตารอที่จะได้รับชัยชนะในศึกนี้ ”เราไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย เราตระหนักถึงความจำเป็นในการกอบกู้ระเบียบโลก” นายไลซัคกล่าว

นายไลซัค โอเล็กซานเดรอ อุปทูตยูเครนประจำประเทศไทย  (Delegation of the European Union to Thailand)