หน้าแรก ต่างประเทศ 3 ปีหลังโควิด...

3 ปีหลังโควิดระบาด มะกันยังซัดกันเองวุ่น ทฤษฎีไวรัสรั่วจากแล็บจีน

28.02.23 | 09:03 น.

3 ปีหลังโควิดระบาด มะกันยังซัดกันเองวุ่น ทฤษฎีไวรัสรั่วจากแล็บจีน

หลังจากสื่อตะวันตกตีข่าวว่า กระทรวงพลังงานสหรัฐออกมาประเมินว่า โคโรนาไวรัส ต้นตอของโรคโควิด-19 รั่วไหลมาจากห้องปฏิบัติการในจีน จนเรียกเสียงฮือฮาขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง เนื่องจากนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดมาเป็นเวลา 3 ปี จนถึงขณะนี้ สิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นปริศนาที่ไม่อาจฟันธงได้ชัดเจนคือ ต้นตอของไวรัสดังกล่าวมาจากที่ใดกันแน่ ระหว่างมีต้นกำเนิดจากสัตว์ หรือจากห้องปฏิบัติการของจีนอย่างที่ฝ่ายสหรัฐพยายามจะกล่าวหามาตั้งแต่ต้น

อย่างไรก็ดี เมื่อไปดูในรายละเอียดของการประเมินของกระทรวงพลังงานสหรัฐ ปรากฏว่ารายงานนี้ไม่ได้ถูกเปิดเผยออกสู่สาธารณะ ขณะที่ผู้ซึ่งคุ้นเคยกับเรื่องราวที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยนี้บอกว่าผลการประเมินที่ว่าโคโรนาไวรัสเล็ดลอดออกมาจากห้องปฏิบัติการในจีนก็อยู่ในสถานะ “มั่นใจต่ำ”

ขณะที่ชุมชนข่าวกรองอื่นๆ ของสหรัฐก็ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับรายงานข่าวดังกล่าวเช่นกัน โดยนายจอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ กล่าวว่า ณ ขณะนี้รัฐบาลสหรัฐยังไม่มีความเห็นเป็นเอกฉันท์เกี่ยวกับต้นตอของโควิด-19 และยังไม่มีฉันทามติร่วมกันจากหน่วยข่าวกรองของสหรัฐแต่อย่างใด

รายงานข่าวเกี่ยวกับผลสรุปต้นตอของโควิด-19 ของกระทรวงพลังงานสหรัฐ ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในวอลสตรีทเจอร์นัลในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่ารายงานลับที่เป็นบทสรุปใหม่นี้อ้างอิงจากรายงานข่าวกรองใหม่ และมีการระบุไว้ในเอกสารที่มีการปรับปรุงขึ้นในปี 2021 ของกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเครือข่ายห้องปฏิบัติการระดับชาติในสหรัฐ

Advertisement

ในปี 2021 บทสรุปของรายงานข่าวกรองที่มีการอ้างถึงระบุว่า สมาชิก 4 คนของหน่วยงานข่าวกรองสหรัฐเชื่อด้วยความมั่นใจในระดับต่ำว่า ไวรัสน่าจะติดต่อจากสัตว์สู่คน และอีก 1 ใน 5 เชื่อในระดับปานกลางว่าการติดเชื้อในมนุษย์ครั้งแรกน่าจะเชื่อมโยงกับห้องปฏิบัติการ

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวสหรัฐปฏิเสธที่จะยืนยันรายงานข่าวเกี่ยวกับการประเมินดังกล่าวเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ขณะที่สำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองของสหรัฐก็ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

นักวิทยาศาสตร์บางคนอาจเห็นพ้องถึงความเป็นไปได้ของทฤษฎีที่ว่า โควิด-19 รั่วไหลออกมาจากห้องปฏิบัติการ แต่ยังคงมีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากที่เชื่อว่ามันน่าจะเป็นไวรัสจากสัตว์ที่กลายพันธุ์และกระโดดเข้ามาสู่มนุษย์ ดังเช่นเดียวกันกับที่เกิดขึ้นกับไวรัสหลายๆ ตัวในอดีต และต้นตอที่แท้จริงของการแพร่ระบาดอาจไม่สามารถหาคำตอบได้ไปอีกหลายปี

อลีนา ชาน นักอณูชีววิทยา ซึ่งเป็นคณะกรรมการของสถาบันเอ็มไอทีและมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวว่า เธอไม่แน่ใจว่าหน่วยงานเหล่านี้มีข้อมูลข่าวกรองใหม่อะไร แต่มีเหตุผลที่จะอนุมานได้ว่ามันเกี่ยวข้องกับสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่นในจีน เนื่องจากมีข้อเสนอเกี่ยวกับการวิจัยร่วมในปี 2018 ที่เขียนร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ที่นั่นกับผู้ที่ทำงานร่วมกันในสหรัฐ ซึ่งอธิบายถึงพิมพ์เขียวของไวรัสที่มีความคล้ายคลึงกับโควิด จากนั้นไม่ถึง 2 ปีต่อมาไวรัสก็ระบาดในอู่ฮั่น

สถาบันไวรัสวิทยาในอู่ฮั่นได้ศึกษาไวรัสโคโรนามาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ส่วนหนึ่งเพราะมีความกังวลอย่างกว้างขวาง ซึ่งสืบเนื่องไปตั้งแต่การแพร่ระบาดของโรคซาร์สว่า ไวรัสโคโรนาอาจเป็นต้นตอของการแพร่ระบาดใหญ่ครั้งต่อไป แต่ไม่มีหน่วยข่าวกรองใดที่ยืนยันความเชื่อว่า โคโรนาไวรัสถูกปล่อยออกมาโดยเจตนา และบทสรุปที่มีในปี 2021 ลงความเห็นว่าไวรัสไม่ได้ถูกพัฒนาเป็นอาวุธชีวภาพ

ชาน ซึ่งเป็นผู้ร่วมเขียนหนังสือเกี่ยวกับการค้นหาต้นตอของโควิด-19 กล่าวว่า อุบัติเหตุในห้องปฏิบัติการเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนน่าตกใจ แต่ผู้คนจำนวนมากไม่ค่อยได้ยินมันเพราะพวกเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ในที่สาธารณะ ซึ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องมีความโปร่งใสและมีความรับผิดชอบที่มากขึ้นในการทำงานร่วมกับเชื้อโรคที่มีอันตรายสูง

โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐกล่าวว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อที่เราจะได้สามารถป้องกันการแพร่ระบาดในอนาคตได้ดีขึ้น แต่การวิจัยดังกล่าวต้องทำอย่างปลอดภัยและโปร่งใสที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งรวมถึงในส่วนอื่นๆ ของโลกด้วย