หน้าแรก ต่างประเทศ ฮ่องกงอึ้ง! ผ...

ฮ่องกงอึ้ง! ผู้ต้องสงสัยฆ่าหั่นศพ ‘แอบบี ชอย’ อาจแค่ถูกปรับ หาก จนท.หาชิ้นส่วนร่างไม่ครบ

3.03.23 | 11:54 น.
COMBINED PICTURES (REUTERS/SOCIAL NETWORK)

ฮ่องกงอึ้ง! ผู้ต้องสงสัยฆ่าหั่นศพ ‘แอบบี ชอย’ อาจแค่ถูกปรับ หาก จนท.หาชิ้นส่วนร่างไม่ครบ

คดีฆ่าหั่นศพ “แอบบี ชอย” นางแบบสาวชาวฮ่องกง สร้างความตกใจให้กับผู้คนอีกครั้ง เมื่อมีรายงานที่อ้างอิงการประเมินการของผู้เชี่ยวชาญว่า หากเจ้าหน้าที่หาชิ้นส่วนศพที่เหลือไม่พบ ส่วนผู้ต้องสงสัยไม่ยอมสารภาพผิด และคำพิพากษาตัดสินว่าเป็นความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้ต้องสงสัยว่าก่อเหตุฆาตกรรม ซึ่งประกอบด้วย อดีตสามีของชอย รวมถึงพ่อแม่และพี่ชายของอดีตสามี อาจได้รับโทษเพียงแค่การปรับเงินเท่านั้น ท่ามกลางการเรียกร้องของผู้คนจำนวนมากให้ฮ่องกงกลับมาใช้โทษประหารอีกครั้ง หลังมีการยกเลิกโทษดังกล่าวตั้งแต่ปี 1993

ขณะที่จนถึงตอนนี้ เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนอวัยวะที่ปราศจากศีรษะของชอยในตู้เย็นภายในบ้านเช่าแห่งหนึ่งในเขตไทโป ย่านชนบทของฮ่องกง ต่อมาก็พบศีรษะของเธอในหม้อที่เต็มไปด้วยซุปผักและเนื้อสับที่เชื่อว่าเป็นซากชิ้นส่วนของมนุษย์ ทำให้ชิ้นส่วนร่างกายที่เหลือซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องตามหาต่อไปคือช่วงลำตัวและมือของชอย ซึ่งพวกเขากำลังทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อหาส่วนร่างกายเหล่านี้

สำนักข่าวไชน่า เพรสและหนังสือพิมพ์ซิน ชิวของมาเลเซียต่างรายงานว่า หากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถค้นหาจนพบชิ้นส่วนร่างกายที่เหลือของชอยได้ จะทำให้ขาดหลักฐานในการตั้งข้อหาผู้ต้องสงสัยว่าก่อเหตุในความผิดฐานฆาตกรรม ขณะที่อวัยวะที่พบในช่วงก่อนหน้ากลับไม่ได้มีส่วนช่วยเหลือในคดีนี้มากนัก โดยเฉพาะชิ้นส่วนของร่างกายที่ถูกต้มในหม้อซุป เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ระบุว่า ดีเอ็นเอสามารถถูกทำลายได้อย่างง่ายดายภายใต้อุณหภูมิที่ร้อนจัด

“ถ้าคุณไม่สามารถระบุตัวตนของเหยื่อได้ คุณจะระบุตัวตนผู้สังหารเหยื่อได้อย่างไร” ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์กล่าว พร้อมปฏิเสธว่าชิ้นส่วนของชอยไม่ได้ถูกต้มเพื่อการบริโภค

Advertisement

ด้านเว็บไซต์แชนแนล นิวส์ เอเชียรายงานว่า จนถึงวันที่ 1 มีนาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกงกล่าวว่า พวกเขายังไม่พบอะไรที่สำคัญ อย่างไรก็ดี มีการพบชิ้นส่วนกระดูก ที่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นของมนุษย์หรือของสัตว์

ส่วนอดีตสามีของชอยและครอบครัวที่ขณะนี้อยู่ภายใต้การควบคุมตัวของตำรวจและไม่ได้รับสิทธิประกันตัว จะมีกำหนดขึ้นศาลในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้

ทั้งนี้สำนักกฎหมาย Stein & Markus อธิบายว่า กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายคือการฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนา ขณะที่การฆาตกรรมคือการที่บุคคลหนึ่งฆ่าผู้อื่นด้วยเจตนาปองร้ายที่มีการไตร่ตรองมาก่อน