ปิดดีล! ชาติสมาชิกยูเอ็นบรรลุข้อตกลงสนธิสัญญาทะเลหลวง หลังพูดคุยนาน 15 ปี
สำนักข่าวเอเอฟพีและบีบีซีรายงานว่า ชาติสมาชิกองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้มีการบรรลุข้อตกลงในสนธิสัญญาทะเลหลวง (High Seas Treaty) เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ซึ่งจะทำให้พื้นที่ทางทะเลราว 30% ของโลก กลายเป็นพื้นที่คุ้มครองภายในปี 2030 เพื่อปกป้องและฟื้นฟูธรรมชาติทางทะเล หลังมีการพูดคุยกันถึงสนธิสัญญาดังกล่าวนานกว่า 15 ปี
ก่อนหน้านี้ การเจรจาพูดคุยกันต้องเจออุปสรรค์นานหลายปีหลังไม่สามารถตกลงกันในเรื่องของเงินทุน และสิทธิในการทำประมง โดยตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สมาชิกยูเอ็นมีการพูดคุยกันอย่างตึงเครียดที่อาคารสำนักงานใหญ่ของยูเอ็น ในนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐ รวมถึงช่วงการประชุมติดต่อกันนาน 38 ชั่วโมงตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม ลากยาวถึงช่วงค่ำของอีกวัน ตามเวลาในสหรัฐ ก่อนที่จะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในท้ายที่สุด
อาณาเขตของทะเลหลวงเริ่มต้นที่พรมแดนของเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศต่างๆ ทำให้ทะเลหลวงไม่ได้อยู่ภายใต้อาณาเขตของประเทศใดประเทศหนึ่ง ถึงแม้ทะเลหลวงจะคิดเป็น 60% ของพื้นที่มหาสมุทรโลก แต่กลับไม่ได้รับความสนใจและมีเพียง 1.2% เท่านั้นที่ได้รับการกำหนดให้เป็นพื้นที่คุ้มครอง สิ่งมีชีวิตทางทะเลที่อาศัยอยู่นอกเขตคุ้มครองจึงเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การทำประมงเกินขีดจำกัด และการสัญจรทางทะเล
พื้นที่คุ้มครองทางทะเลที่ถูกกำหนดขึ้นมาใหม่จากสนธิสัญญาดังกล่าวจะมีการจำกัดปริมาณการทำประมง เส้นทางการเดินเรือ และการดำเนินกิจกรรมการสำรวจทางทะเลต่างๆ เช่น การทำเหมืองในทะเลลึก ซึ่งกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแสดงความกังวลว่าจะเป็นการรบกวนแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ สร้างมลพิษทางเสียง และก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์ทะเล
อย่างไรก็ดี ข้อตกลงดังกล่าวจะมีการใช้อย่างเป็นทางการในภายหลัง เมื่อได้รับการตรวจสอบจากนักกฎหมายและแปลเป็นภาษาราชการ 6 ภาษาของยูเอ็น
นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวชื่นชมคณะผู้เจรจา และว่าข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นชัยชนะของการดำเนินการในกรอบพหุภาคีและความพยายามระดับโลก ในการต่อต้านกับแนวโน้มแห่งการทำลายล้างที่มหาสมุทรกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ และยังเป็นการดำเนินการเพื่อคนรุ่นต่อๆ ไปอีกด้วย

