น่าเสียดาย! ญี่ปุ่นจำใจระเบิดจรวด เอช3 ทิ้ง หลังเครื่องยนต์ขั้นที่สองขัดข้อง
สำนักข่าวเอพีและบีบีซีรายงานว่า หน่วยงานด้านอวกาศของญี่ปุ่นจำใจออกคำสั่งให้จรวดเอช3 จรวดรุ่นใหม่ของญี่ปุ่นในรอบกว่า 22ปี ทำลายตนเองหลังเพิ่งปล่อยตัวออกจากฐานเมื่อวันที่ 7 มีนาคมเพียงไม่กี่นาที เนื่องจากเกิดปัญหาเครื่องยนต์ขั้นที่สองขัดข้อง
องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (จาซา) เผยว่า จรวดเอช 3 ขึ้นทะยานสู่ท้องฟ้าที่ศูนย์อวกาศทาเนกาชิมะ ในจังหวัดคาโกชิม่า ท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้ที่มาชมการปล่อยตัว โดยจรวดดังกล่าวได้มุ่งหน้าไปตามวิถีที่ได้กำหนดไว้ และการแยกตัวของจรวดขั้นที่สองได้เป็นไปตามแผน
อย่างไรก็ดี เครื่องยนต์จรวดขั้นที่สองกลับไม่ทำงาน เป็นเหตุให้จรวดเอช 3 ไม่สามารถเข้าสู่วงโคจรของโลกได้ตามเป้าหมายในขณะที่ยังเหลือเชื้อเพลิงอยู่จำนวนมาก ทำให้จรวดลำดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายและจำเป็นต้องออกคำสั่งทำลายตนเองเพียง 14 นาทีหลังปล่อยตัวขึ้นสู่ท้องฟ้า ตามคำกล่าวของนายยาซูฮิโระ ฟูโนะ ผู้อำนวยการการปล่อยตัวของจาซา
ขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหาย หรือผู้บาดเจ็บจากเศษซากของจรวดเอช 3 ที่ตกลงมาจากท้องฟ้า
เคโกะ นางาโอกะ รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ของญี่ปุ่นกล่าวว่าเจ้าหน้าที่จะสอบสวนถึงสาเหตุของเครื่องยนต์ขัดข้อง และกล่าวขออภัยที่โครงการจรวดเอช 3 ไม่เป็นไปตามที่สาธารณชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคาดหวัง โดยกล่าวถึงโครงการดังกล่าวว่า “น่าเสียดายอย่างที่สุด”
จรวดเอช 3 ขนาด 57 เมตรนี้มีเป้าหมายเพื่อที่จะนำดาวเทียม ALOS- 3 ขึ้นสู่อวกาศ ซึ่งจะมีหน้าที่หลักในการสำรวจโลก เก็บข้อมูลเพื่อใช้ตอบสนองต่อภัยพิบัติ ทำแผนที่ และสามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวทางการทหาร รวมถึงการยิงขีปนาวุธ
จรวดดังกล่าวถูกพัฒนาโดยจาซาและบริษัทมิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรีส์ มีมูลค่าในการพัฒนาราว 2 แสนล้านเยน หรือ 5.08 ล้านล้านบาท เพื่อแทนที่จรวดเอช-2เอ ของญี่ปุ่นที่จะปลดระวางในการปล่อยตัวครั้งที่ 50 ที่จะมีขึ้นเร็วๆนี้ การปล่อยตัวจรวดเอช 3 ถูกเลื่อนจากกำหนดเดิมมานานกว่า 2 ปีจากความล่าช้าในการพัฒนาเครื่องยนต์ และเพิ่งถูกเลื่อนอีกครั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาหลังพบปัญหาที่จรวดบูสเตอร์ก่อนปล่อยตัวไม่นาน

