ยืนงงในดง ‘Yeezy’ ‘อาดิดาส’ คิดไม่ตก หลังยุติสัญญากับ ‘คานเย เวสต์’ ทำสินค้าค้างสต็อกบึม
ตามรายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี อาดิดาส ผู้ผลิตสินค้าแฟชั่นกีฬายักษ์ใหญ่สัญชาติเยอรมัน กล่าวเมื่อวันที่ 8 มีนาคมว่า บริษัทยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาวิธีการที่จะจัดการกับผลิตภัณฑ์ “Yeezy” ของคานเย เวสต์ ที่กลายเป็นสินค้าคงเหลือจำนวนมหาศาล หลังแบรนด์ได้ยุติความร่วมมือทางธุรกิจกับแร็พเปอร์ชื่อกระฉ่อนรายนี้
ในการแถลงผลประกอบการประจำปี 2022 ของอาดิดาสในวันนี้ (8 มี.ค.) บริษัทยืนยันว่ากำไรสุทธิในปีดังกล่าวลดลงอย่างมากถึง 83% และว่า ความเป็นไปได้ที่จะไม่ขายสินค้าใดๆ ที่มีความเชื่อมโยงกับเวสต์อาจทำให้อาดิดาสสูญเสียรายได้ถึง 1.2 พันล้านยูโร หรือกว่า 4.4 หมื่นล้านบาท
โดยอาดิดาสระบุว่า หากบริษัทตัดสินใจที่จะไม่ทำการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ Yeezy ที่มีอยู่อย่างแน่นอนในอนาคต บริษัทคงจำเป็นต้องลงบัญชีสินค้าที่เหลืออยู่ทั้งหมดเป็นหนี้สูญ ซึ่งจะทำให้กำไรจากการดำเนินการของอาดิดาสในปี 2023 ลดลงอีกราวๆ 5 ร้อยล้านยูโร หรือเกือบ 1.9 หมื่นล้านบาท
นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายครั้งเดียวในเรื่องการปรับปรุงกลยุทธ์ของบริษัท ซึ่งคาดว่าจะสูงถึง 200 ล้านยูโร อาดิดาสกล่าวว่า ผลประกอบการปี 2023 นี้อาจจบลงด้วยการขาดทุนจากการดำเนินงานถึง 700 ล้านยูโร
อย่างไรก็ดื ยอร์น กัลเดน ซีอีโอคนใหม่ของอาดิดาสกล่าวว่า บริษัทจะใช้ปี 2023 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่รากฐานของปี 2024 และ 2025
“พวกเราจำเป็นต้องลดจำนวนสินค้าคงเหลือและปรับการลดราคาให้ต่ำลง เราจึงจะสามารถสร้างธุรกิจที่ทำกำไรได้อีกครั้งในปี 2024” กัลเดนกล่าว
โดยในปี 2024 ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของบริษัทด้านผลิตภัณฑ์ทางการกีฬา เนื่องจากจะมีมหกรรมการแข่งขันครั้งใหญ่ระดับโลก ทั้งการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปหรือยูโร 2024 และโอลิมปิก 2024
ทั้งนี้ อาดิดาสได้สิ้นสุดการทำธุรกิจร่วมกับเวสต์เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา หลังแร๊พเปอร์ชื่อดังสัญชาติอเมริกันผู้นี้แสดงความเห็นเหยียดชาวยิวของเวสต์ ซึ่งตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ส่งผลให้แบรนด์ผลิตภัณฑ์ด้านกีฬายอดนิยมระดับโลกรายนี้ยุติการผลิตสินค้าคอลเลกชั่น “Yeezy” ที่พัฒนาร่วมกับเวสต์ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีและประสบความสำเร็จอย่างมาก
และนอกจากปัญหาจากผลิตภัณฑ์ Yeezy แล้ว บริษัทยังเผชิญกับความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่สูงขึ้นในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ เช่นเดียวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่มีความแน่นอนในจีนแผ่นดินใหญ่อีกด้วย

