รัสเซียรัวขีปนาวุธถล่มทั่วยูเครน พังเมืองยับ ดับอย่างน้อย 5 สมรภูมิ ‘บักมุต’ ยังดุเดือด
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 9 มีนาคมว่า รัสเซียได้ยิงถล่มเมืองต่างๆ ของยูเครนในช่วงเช้าของวันดังกล่าว ซึ่งรวมถึงกรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศ เมืองท่าโอเดสซา รวมถึงเมืองคาร์คีฟที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ เบื้องต้นมีรายงานยอดผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 ราย ขณะที่กองทัพของยูเครนได้ขับไล่การโจมตีของรัสเซียอย่างดุเดือดในเมืองบักมุต
ตามรายงานของรอยเตอร์ เจ้าหน้าที่ยูเครนกล่าวว่า การรัวยิงขีปนาวุธของรัสเซียครั้งนี้ได้โจมตีเป้าหมายในเมืองต่างๆ ของยูเครนเป็นวงกว้าง ซึ่งรวมถึงเมืองซิตโทมีร์ เมืองวินีตเซีย และเมืองริฟเนซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก ไปจนถึงเมืองดนีโปรและเมืองปอลตาวาซึ่งตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ
วิตาลี คริตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟกล่าวว่า มีการแจ้งเหตุการระเบิดทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินได้เดินทางเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ด้านผู้อยู่อาศัยบางรายแจ้งว่าเกิดเหตุไฟฟ้าดับเช่นกัน

แม็กซิม มาเชนโก ผู้ว่าการแคว้นโอเดสซา ระบุผ่านเทเลแกรมว่า การถล่มยิงขีปนาวุธได้ทำลายโครงสร้างทางพลังงานของเมืองท่าแห่งนี้ ทำให้ไฟฟ้าดับ ขณะที่พื้นที่ที่อยู่อาศัยก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
โอเลห์ ซีนีฮูโบฟ ผู้ว่าการแคว้นคาร์คีฟ กล่าวว่า เมืองและภูมิภาคนี้ถูกโจมตีถึง 15 ครั้ง โดยที่โครงสร้างพื้นฐานก็ตกเป็นเป้าของการโจมตีด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการรายงานการรัวยิงขีปนาวุธที่เมืองดนีโปรและภูมิภาคอื่นๆ ทั่วประเทศ
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซียในยูเครนครั้งนี้ทำให้มียอดผู้เสียชีวิต 5 ราย โดยแม็กซิม โคซิตสกี ผู้ว่าการแคว้นลวิฟกล่าวว่า มีผู้เสียชีวิต 4 รายหลังจากที่ขีปนาวุธดิ่งลงมาทำลายเขตที่อยู่อาศัย บวกกับที่เซอร์ฮี ไลซัก ผู้ว่าการแคว้นดนีโปรเปตรอฟสค์กล่าวว่า มีรายงานผู้เสียชีวิตอีกรายหนึ่ง รวมถึงผู้ได้รับบาดเจ็บอีกสองคนจากการโจมตีหลายครั้งในแคว้นนี้

ด้านสถานการณ์ในเมืองบักมุต เมื่อช่วงสายของวันที่ 8 มีนาคม กองทัพของยูเครนกล่าวว่าสามารถสกัดกั้นการโจมตีที่รุนแรงของรัสเซียในเมืองบักมุตได้แล้ว แม้ว่าจะมีคำกล่าวอ้างของฝ่ายรัสเซียว่าสามารถควบคุมพื้นที่ครึ่งหนึ่งทางตะวันออกของเมืองดังกล่าวก็ตาม โดยเยฟเกนี พรีโกซิน หัวหน้ากลุ่มวากเนอร์ ทหารรับจ้างของรัสเซีย กล่าวว่า กองกำลังของตนสามารถยึดพื้นที่ทางตะวันออกของบักมุตได้แล้ว ซึ่งหากคำอ้างนี้เป็นความจริง จะถือว่าเป็นชัยชนะของฝ่ายรัสเซียในรอบหลายเดือน
ทั้งนี้เมืองบักมุตถือว่าเป็นหนึ่งในสมรภูมิการต่อสู้ที่ดุเดือดที่สุดในยูเครนตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งกองทัพของยูเครนยังคงตรึงกำลังต่อต้านในพื้นที่ แม้ว่าจะมีท่าทีเตรียมการล่าถอยทางยุทธวิธีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
สอดคล้องกับที่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครนระบุผ่านวิดีโอแถลงการณ์เมื่อช่วงเย็นของวันพุธ (8 มี.ค.) ว่า การต่อสู้ในเมืองบักมุตและการปิดล้อมแคว้นดอนบาสเป็นความสำคัญประการแรกของประเทศ

