หน้าแรก ต่างประเทศ รัฐสภาจีนไฟเข...

รัฐสภาจีนไฟเขียว ‘หลี่ เฉียง’ นั่งเก้าอี้นายกฯ คนใหม่ เร่งแก้โจทย์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

11.03.23 | 12:38 น.
FILE PHOTO (REUTERS)

รัฐสภาจีนไฟเขียว ‘หลี่ เฉียง’ นั่งเก้าอี้นายกฯ คนใหม่ เร่งแก้โจทย์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ หรือ รัฐสภาจีน ได้โหวตรับรองนายหลี่ เฉียง อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำนครเซี่ยงไฮ้ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของจีน ด้วยเสียงโหวตสนับสนุนจากผู้แทนสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ 2,936 คน ในจำนวนนี้โหวตคัดค้าน 3 เสียง และงดออกเสียง 8 เสียง

แม้เสียงโหวตสนับสนุนจะไม่เป็นเอกฉันท์ แต่ก็ทำให้นายหลี่ เฉียง ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 8 ของจีนนับจากปีค.ศ.1949 เป็นผลสำเร็จ โดยดำรงตำแหน่งต่อจากนายหลี่ เค่อเฉียง ที่ลงจากอำนาจไป โดยจะทำหน้าที่หลักสำคัญในการบริหารเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกแห่งนี้ ท่ามกลางความท้าทายอย่างมากมายในการนำการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนหลังพ้นจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวดของจีนและความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาที่เสื่อมทรามลงอย่างหนัก

นายหลี่ เฉียง ที่ผงาดขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญนี้ในวัย 63 ปี ถูกมองว่าเขาเป็นผู้จงรักภักดีที่ไว้วางใจได้ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองมีความเห็นว่า นายหลี่ เฉียงอาจได้รับอิสระในการในการบริหารเศรษฐกิจของประเทศมากกว่าอดีตนายกรัฐมนตรีจีนคนก่อนหน้าอย่าง หลี่ เค่อเฉียง ซึ่งเผชิญกับวิกฤตนานัปการในช่วงไม่กี่ปีสุดท้ายของวาระ อาทิ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน รวมถึงยังมีประเด็นการถูกกีดกันทางอำนาจโดยประธานาธิบดีสีอีกด้วย

Advertisement

นอกจากนี้ นายหลี่ เฉียงยังได้ชิงเก้าอี้ผู้มีอำนาจอันดับที่ 2 ในคณะกรรมการถาวรประจำกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเดิมเป็นของนายหลี่ เค่อเฉียง ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 20 เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา

ประสบการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมาของนายหลี่ เฉียงได้ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับเขาในฐานะนักการเมืองผู้สนับสนุนงานภาคธุรกิจ โดยในปี 2017-2022 นายหลี่ เฉียงได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคของเซี่ยงไฮ้ หลังจากเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเป็นหนึ่งในขุมพลังทางเศรษฐกิจของประเทศ และเลขาธิการพรรคในมณฑลเจียงซูในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ดี การทะยานขึ้นมาของหลี่ เฉียงได้ทำให้เกิดข้อกังขาในช่วงก่อนหน้า เนื่องจากประเด็นที่เขาเคยใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่นครเซี่ยงไฮ้เป็นเวลานานในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างหนัก จนเกิดเป็นปัญหาทางการเข้าถึงอาหารและการบริการทางแพทย์ตามมา รวมถึงยังมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ด้านการจัดการเศรษฐกิจขนาดมหึมาของจีน เนื่องจากนายหลี่ เฉียงไม่ได้ลองสนามด้วยการดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นขั้นตอนระยะกลางดั้งเดิมก่อนที่จะขึ้นมานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของจีน

ในวันเดียวกันนี้ รัฐสภาจีนยังได้รับรองการแต่งตั้งนายพลจาง โหย่วเซีย และนายพลเหอ เว่ยตง ประจำกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง ซึ่งเป็นหน่วยงานควบคุม PLA และกองกำลังตำรวจติดอาวุธประชาชนจีน (People’s Armed Police Force) ของประเทศ