
ปิดประชุมสภาจีน! ‘สี จิ้นผิง’ ลั่นเสริมความมั่นคงชาติ แกร่งดั่งกำแพงเหล็ก
สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า ในการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (เอ็นพีซี) ของจีนเป็นวันสุดท้าย ณ มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความมั่นคงของชาติให้เข้มแข็งและปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยให้เป็นดั่ง “กำแพงเหล็ก” เพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ ขณะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกหลังจากนายสีได้รับการรับรองให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจีนเป็นสมัยที่ 3 ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์จีนไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

ประธานาธิบดีสี วัย 69 ปี กล่าวขอบคุณผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์จีนจากทั่วประเทศราว 3 พันคน ที่ให้เขาดำรงตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่ 3 พร้อมให้คำมั่นว่าจะถือเอาความต้องการของประเทศเป็นภารกิจของตนเองและผลประโยชน์ของประชาชนเป็นบรรทัดฐานของตนเอง
ประธานาธิบดีสีกล่าวว่า ความมั่นคงเป็นรากฐานของการพัฒนา ขณะที่เสถียรภาพเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับความเจริญรุ่งเรือง เราจะต้องส่งเสริมการปรับปรุงการป้องกันประเทศและกองทัพให้ทันสมัยอย่างเต็มที่ และสร้างกองทัพของประชาชนให้เป็น “กำแพงเหล็ก” ที่ปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ในการพัฒนาของชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายสีกล่าวด้วยว่า จีนจะต้องบรรลุผลสัมฤทธิ์ในการพึ่งพาตนเองมากขึ้นและความแข็งแกร่งทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเป็นข้อเรียกร้องที่มีขึ้นในขณะที่สหรัฐอเมริกาปิดกั้นการเข้าถึงอุปกรณ์การผลิตชิปและเทคโนโลยีทันสมัยอื่นๆ ของจีน
ในส่วนประเด็นไต้หวัน ที่จีนกล่าวอ้างสิทธิอธิปไตยว่าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตนเองนั้น นายสีกล่าวว่า จีนต้องต่อต้านกิจกรรมที่สนับสนุนเอกราชและการแบ่งแยกดินแดน ตลอดจนการเข้ามาแทรกแซงของกองกำลังจากภายนอก
ด้านนายหลี่ เฉียง ผู้ที่มีความจงรักภักดีต่อนายสี ซึ่งได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีจีนคนใหม่ แทนที่นายหลี่ เค่อเฉียง กล่าวเตือนว่า การบรรลุเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปี 2023 ที่ประมาณการณ์ไว้ที่ราว 5% จะไม่ใช่เรื่องง่ายและจีนจะต้องเพิ่มความพยายามเป็นสองเท่า โดยการตั้งเป้าตัวเลขประมาณการณ์การเติบโตไว้พอประมาณดังกล่าวมีขึ้นหลังจากพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้านแล้ว เขายังเตือนว่ามีความท้าทายใหม่มากมายต่อการเติบโตของเศรษฐกิจีน แต่กล่าวเสริมว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้จับจ้องไปที่ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจของประเทศในทุกวัน แต่จะสนใจเกี่ยวกับประเด็นเฉพาะที่ใกล้ตัวมากกว่า เช่น เรื่องที่อยู่อาศัย การจ้างงาน รายได้ การศึกษา และสุขภาพ

นอกจากนี้ นายหลี่ยังกล่าวโจมตีสหรัฐ ที่ความสัมพันธ์กับจีนตกต่ำลงไปอย่างมากในรอบหลายทศวรรษ ขณะสองชาติมหาอำนาจต่างงัดข้อกันทางการค้า เทคโนโลยีและความมั่นคง โดยนายหลี่กล่าวว่า การปิดล้อมและการปราบปรามไม่ได้เป็นประโยชน์แก่ใคร จีนและสหรัฐควรร่วมมือกันและจะต้องร่วมมือกัน ซึ่งเมื่อจีนและสหรัฐทำงานร่วมกัน ก็จะมีหลายสิ่งที่ทั้งสองชาติสามารถทำสำเร็จได้
ทั้งนี้ รัฐบาลจีนได้ตั้งเป้าการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปีนี้ที่ราว 5% ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ ขณะที่จีนหลุดพ้นออกจากการดำเนินนโยบายควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เข้มงวด ซึ่งฉุดเศรษฐกิจจีนให้ตกต่ำหนัก
