วิจัยชี้ สงครามยูเครนดันยอดนำเข้าอาวุธยุโรปพุ่ง ยอดส่งออกมะกันโต
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 13 มีนาคมว่า สถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (เอสไอพีอาร์ไอ) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองด้านความขัดแย้งชั้นนำ ที่ตั้งอยู่ในกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เผยว่าชาติในทวีปยุโรปเพิ่มการนำเข้าอาวุธหลัก อาทิ รถถัง เรือรบ เครื่องบินรบ และขีปนาวุธ ขึ้น 47% ในช่วง 5 ปีจนถึงปี 2022 ขณะที่ส่วนแบ่งการส่งออกอาวุธทั่วโลกของสหรัฐเติบโตขึ้นเป็น 40% เพิ่มขึ้นจากเดิมซึ่งอยู่ที่ 33%
เอสไอพีอาร์ไอให้เหตุผลว่า การที่กองทัพรัสเซียบุกเข้ารุกรานยูเครนเมื่อปีที่แล้ว หลังจากที่มีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เป็นตัวกระตุ้นให้ชาติในยุโรปเร่งเสริมขีดความสามารถในการป้องกันประเทศของตนเอง
เอสไอพีอาร์ไอให้ข้อมูลอีกว่า ประเทศในยุโรปที่เป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เพิ่มการนำเข้าอาวุธขึ้น 65% จากช่วง 5 ปีก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี การถ่ายโอนอาวุธระหว่างประเทศทั่วโลกลดลง 5.1%
ยอดการส่งออกอาวุธของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 14% จากช่วงปี 2013-2017 และมีส่วนแบ่งในตลาดส่งออกอาวุธของโลกอยู่ที่ 40% ขณะที่ส่วนแบ่งการส่งออกอาวุธของรัสเซียปรับตัวลดลงจาก 22% เหลืออยู่ที่ 16%
นายซีม่อน ที วิซแมน นักวิจัยอาวุโสของเอสไอพีอาร์ไอกล่าวว่า “มีแนวโน้มว่าสงครามในยูเครนจะจำกัดการส่งออกอาวุธของรัสเซียมากขึ้น” โดยให้เหตุผลว่ารัสเซียจะให้ความสำคัญไปที่การจัดส่งอาวุธให้กับกองทัพของตนเองก่อน และในขณะที่ความต้องการของประเทศอื่นที่จะซื้ออาวุธของรัสเซียจะอยู่ในระดับต่ำต่อไปจากการคว่ำบาตรทางการค้าต่อรัสเซีย

