พิษซิลิคอนวัลเลย์แบงก์ ทำหุ้นธนาคารร่วงทั่วโลก มะกันเจ็บหนักสุด สูญกว่า 6.5 ล้านล้าน
การล่มสลายของธนาคารซิลิคอนวัลเลย์และธนาคารซิกเนเจอร์ของสหรัฐ ส่งผลให้หุ้นของธนาคารทั่วโลกร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ในวันที่ 14 มีนาคมนี้ หลังจากการให้คำยืนยันของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ว่า ระบบการเงินการธนาคารของสหรัฐมีความปลอดภัย รวมถึงท่าทีจากผู้กำหนดนโยบายอื่นๆ ไม่สามารถทำให้ตลาดไว้วางใจ แต่ยังกระตุ้นให้เกิดความหวั่นวิตกเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสูงที่บังคับใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในเอเชียปรับตัวลดลง นำโดยดัชนีย่อยธนาคารพาณิชย์ของญี่ปุ่น IBNKS.T ที่ลดลงต่ำที่สุดถึง 6.7% ในการซื้อขายช่วงเช้า ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม
ขณะที่หุ้นในกลุ่มธนาคารทั่วโลกโดยเฉพาะในฝั่งอเมริกาและยุโรปปรับตัวลดลงในวันที่ 13 มีนาคม ทั้งนี้ ธนาคารในท้องถิ่นของสหรัฐได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยหุ้นของ First Republic Bank FRC ลดลงถึง 65.1% เนื่องจากความล้มเหลวในการจัดหาแหล่งเงินทุนใหม่ ซึ่งไม่สามารถเรียกความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้ ขณะเดียวกันมูดีส์ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ได้ทำการทบทวนสถานะของธนาคารเพื่อการปรับลดอันดับลง
ขณะที่หุ้นของ Western Alliance Bancorp WAL.N, PacWest Bancorp PACW.O และ Charles Schwab SCHW.N ก็พากันร่วงลง 75.9%, 41.0% และ 19% ตามลำดับ ทำให้ต้องมีการระงับการซื้อขายหุ้นทั้ง 4 ตัวดังกล่าวหลายครั้งเนื่องจากความผันผวนที่เกิดขึ้น
ความหวาดกลัวของนักลงทุนทำให้ธนาคารรายใหญ่ในสหรัฐสูญเสียมูลค่าในตลาดหุ้นไปราว 9 หมื่นล้านดอลลาร์ในวันที่ 13 มีนาคมเพียงวันเดียว แต่หากรวมมูลค่าหุ้นที่ลดลงในการซื้อขาย 3 ช่วงที่ผ่านมา มูลค่าหุ้นธนาคารสหรัฐลดลงไปเกือบ 1.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6.574 ล้านล้านบาท
ดัชนีธนาคาร STOXX ของยุโรป .SX7P ปิดลดลง 5.7% Commerzbank CBKG.DE ของเยอรมนีร่วงลง 12.7% และ Credit Suisse CSGN.S ร่วงลง 9.6% ซึ่งถือว่าลดลงสู่ระดับต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์
ผลกระทบต่อธนาคารในสหรัฐที่เกิดจากนโยบายปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำให้นักลงทุนพากันคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะลังเลที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมของเฟดที่กำลังจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า โดยเทรดเดอร์คิดว่ามีโอกาสถึง 50% ที่เฟดจะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในคราวนี้ และยังจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้อีกด้วย

