หน้าแรก ต่างประเทศ แบงก์ชาติสวิส...

แบงก์ชาติสวิสอัดฉีด 1.8 ล้านล้าน เสริมสภาพคล่อง ‘เครดิตสวิส’ หลังหุ้นดิ่งหนัก 24%

17.03.23 | 06:28 น.
ภาพเอเอฟพี

แบงก์ชาติสวิสอัดฉีด 1.8 ล้านล้าน เสริมสภาพคล่อง ‘เครดิตสวิส’ หลังหุ้นดิ่งหนัก 24%

เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ความวิตกกังวลเกี่ยวกับระบบธนาคารได้ปะทุขึ้นอีกครั้งในวันที่ 15 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่นในยุโรปและสหรัฐอเมริกา หลังหุ้นของ ธนาคารเครดิตสวิส มีเครือข่ายเชื่อมโยงทั่วโลกร่วงลงอย่างหนัก ฉุดให้หุ้นของธนาคารอื่นๆ ทั้งในยุโรปและสหรัฐต่างเร่งปรับตัวลดลงไปตามๆ กัน หลังจากปรับฐานขึ้นมาแล้วเมื่อหนึ่งวันก่อนหน้า

หุ้นของเครดิตสวิสตกลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยถึงจุดหนึ่งมูลค่าของหุ้นปรับลดลงเกือบ 30% ก่อนปรับขึ้นมาปิดที่ลบ 24.2% เมื่อปิดการซื้อขาย ถือว่าเป็นการลดลงของมูลค่าหุ้นมากกว่า 85% จากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ทั้งนี้ ราคาหุ้นของเครดิตสวิสร่วงลงอย่างหนัก ทางธนาคารแห่งชาติซาอุดีอาระเบียในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของเครดิตสวิสยืนยันว่าจะไม่อัดฉีดเม็ดเงินเพิ่มเข้าไปอีก ก่อนที่ธนาคารกลางของสวิตเซอร์แลนด์จะประกาศในเวลาต่อมาว่า พร้อมจะให้การสนับสนุนเครดิตสวิสหากจำเป็น

สำหรับการร่วงลงอย่างหนักของหุ้นเครดิตสวิสทำให้ต้องมีการระงับการซื้อขายหุ้นเป็นการชั่วคราว ส่งผลให้หุ้นของธนาคารในยุโรปอื่นๆ ร่วงลงตามกัน เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกังวลจึงพากันเทขายหุ้นธนาคารอย่างรวดเร็ว หุ้น Societe Generale SA ของฝรั่งเศสลดลง 12% ขณะที่ ณ จุดหนึ่ง BNP Paribas ของฝรั่งเศสร่วงลงมากกว่า 10% จนการซื้อขายหุ้นของธนาคารในฝรั่งเศสทั้งสองแห่งต้องถูกระงับชั่วคราว ด้านธนาคารดอยช์แบงก์ของเยอรมนีร่วงลง 8% และธนาคารบาร์เคลย์ของอังกฤษร่วงลงเกือบ 8% เช่นเดียวกับดัชนี STOXX Banks ของผู้ให้กู้ชั้นนำของยุโรป 21 ราย ที่พากันร่วงลง 8.4% หลังจากที่ตลาดดูจะสงบลงไปแล้วในวันที่ 14 มีนาคม

แรงกระเพื่อมดังกล่าวส่งผลมาถึงตลาดหุ้นสหรัฐเช่นกัน ดัชนี S&P 500 ร่วงลงถึง 2.1% ก่อนจะจบลงด้วยการติดลบ 0.7% ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลดลง 280 จุดหรือ 0.9% หลังจากร่วงลงไปก่อนหน้านี้มากถึง 725 จุด ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดเพิ่มขึ้น 0.1%

Advertisement

กระทั่ง เครดิตสวิส ธนาคารรายใหญ่อันดับ 2 ของสวิตเซอร์แลนด์ ประกาศเมื่อวันที่ 16 มีนาคมว่า ตั้งใจที่จะกู้ยืมเงินจากธนาคารแห่งชาติสวิตเซอร์แลนด์สูงถึง 5 หมื่นล้านฟรังก์สวิส หรือราว 1.863 ล้านล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องล่วงหน้า

ขณะที่ราคาน้ำมันลดลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในรอบกว่า 1 ปี หลังปรับลงลงต่อเนื่องติดกันเป็นเวลา 3 วัน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะเลเหนือลดลง 3.76 ดอลลาร์ หรือราว 4.9% มาอยู่ที่ 73.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐลดลง 3.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือลดลง 5.2% มาอยู่ที่ 67.61 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่ำกว่าระดับราคาทางเทคนิคที่ 70 และ 68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การซื้อขายของทองคำในประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ค่อนข้างผันผวนสูง สมาคมผู้ค้าทองคำได้ปรับเปลี่ยนราคาสลับขึ้นหรือลงตลอดวัน รวม 6 ครั้ง โดยเปิดตลาดปรับขึ้น 200 บาท ก่อนมีการปรับขึ้นอีก 3 ครั้ง ครั้งละ 50 บาทต่อบาททองคำ และปรับลดอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 50 บาท ทำราคาทองปรับขึ้น 250 บาทจากวันที่ 15 มีนาคม โดยปิดตลาดราคาทองคำแท่ง รับซื้อ 31,150 บาท ขายออก 31,250 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ 30,592.88 บาท ขายออก 31,750 บาท อิงราคาทองคำโลก 1,918.50 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และค่าเงินบาท 34.45 บาทต่อเหรียญสหรัฐ