บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างพม่าและมาเลเซียดูตึงเครียดมากขึ้น ผลจากการปราบปรามชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรฮีนจาของกองทัพพม่าที่ถูกหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก รวมถึงนายนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่ล่าสุดส่งผลให้ทางการพม่าตอบโต้กลับด้วยการห้ามแรงงานชาวพม่าไปทำงานในประเทศมาเลเซีย โดยเมื่อต้นสัปดาห์ กระทรวงกิจการคนเข้าเมืองของพม่าประกาศว่าได้หยุดออกใบอนุญาตใหม่ให้แก่ชาวพม่าที่ต้องการจะเข้าไปทำงานในมาเลเซียเป็นการชั่วคราว มีผลตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2559 เป็นต้นไป เนื่องด้วยสถานการณ์ในประเทศมาเลเซีย แต่ไม่ได้ระบุเจาะจงว่าสถานการณ์ดังกล่าวคืออะไร
อย่างไรก็ดี มาตรการนี้ของพม่ามีขึ้นหลังจากนายราซักกล่าวกับกลุ่มผู้สนับสนุนตนเองในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยโจมตีนางออง ซาน ซูจี ผู้นำรัฐบาลพม่าว่าปล่อยให้มีการกวาดล้างชาวโรฮีนจาที่พม่าถือเป็นผู้อพยพผิดกฎหมายในประเทศ
“เราต้องการบอก ออง ซาน ซูจีว่าพอได้แล้ว เราต้องทำและจะปกป้องชาวมุสลิมและศาสนาอิสลาม โลกไม่สามารถนั่งดูให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ขึ้นได้” นายนาจิบกล่าวถึงการปราบปรามชนมุสลิมโรฮีนจาในรัฐยะไข่ของกองทัพพม่าที่เปิดฉากขึ้นเมื่อราวเดือนตุลาคม ซึ่งทำให้ชาวโรฮีนจาเสียชีวิตไปแล้วหลายสิบรายและทำให้ชาวโรฮีนจาอีกมากกว่า 20,000 คน ต้องหลบหนีความรุนแรงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ท่ามกลางรายงานว่ามีการทารุณกรรมชาวโรฮีนจาอย่างโหดเหี้ยมของกองกำลังฝ่ายความมั่นคงพม่า

