พ่อแม่อินโดปล่อยโฮ หลังศาลอนุญาตให้ฟ้องร้อง คดียาน้ำแก้ไอปนเปื้อน
สำนักข่าวบีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 21 มีนาคมว่า พ่อแม่ชาวอินโดหลั่งน้ำตาแห่งความโล่งอก หลังจากที่ศาลอินโดนีเซียอนุญาตให้ทำการฟ้องร้องแบบกลุ่ม ในคดียาแก้ไอปนเปื้อนที่ทำให้มีเด็กเล็กเสียชีวิตกว่า 200 รายได้
“การต่อสู้ของลูกของฉันไม่เปล่าประโยชน์” นูร์ อะซีอาห์ หนึ่งในผู้ปกครองของเด็กเล็กที่ตกเป็นเหยื่อของการระบาดของยาแก้ไอปนเปื้อนในอินโดนีเซียเมื่อปีที่ผ่านมากล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ ครอบครัวของเธอ พร้อมทั้งญาติของเหยื่ออีก 24 ราย ได้ยื่นฟ้องรัฐบาลอินโดนีเซียและบริษัทยา 8 แห่ง
“ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่ฉันป้อนให้ลูกคือยาพิษ” นูร์ อะซีอาห์ มารดาของเด็กหญิงวัย 4 ขวบที่เสียชีวิตหลังบริโภคยาแก้ไอ กล่าวก่อนหน้าการตัดสินใจของศาล โดยเมื่อปีที่ผ่านมา เธอได้รับใบสั่งยาแก้ไอหลังจากที่ลูกสาวของเธอป่วย แต่เมื่อลูกสาวของนูร์ อะซีอาห์บริโภคยาดังกล่าวกลับมีอาการทรุดลงอย่างหนักและเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 3 สัปดาห์ต่อมา
ด้านทนายของฝ่ายโจทก์กล่าวว่า การดำเนินคดีนี้เรียกร้องให้มีการจ่ายค่าชดเชยจำนวน 195,000 ดอลลาร์สหรัฐให้กับเด็กทุกคนที่เสียชีวิต และประมาณ 130,000 ดอลลาร์สหรัฐให้กับเด็กทุกคนที่ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ผู้ปกครองรายอื่นๆ สามารถเข้าร่วมการฟ้องร้องครั้งนี้ได้
“ไม่มีเงินจำนวนไหนจะมาชดเชยกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เงินชดเชยไม่สามารถนำลูกฉันกลับมาได้” นูร์ อะซีอาห์กล่าว
อนึ่ง บีบีซีได้พยายามติดต่อบริษัทยา 8 แห่งที่ตกเป็นจำเลยของการฟ้องร้อง แต่มีเพียงไม่กี่บริษัทที่ตอบกลับสำนักข่าวก่อนหน้าวันที่ 21 มีนาคม โดยทนายของบริษัท PT Afi Farma ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ยาที่เด็กส่วนใหญ่ในคดีนี้บริโภค กล่าวว่า มันไม่เหมาะสมหากอุตสาหกรรมยาต้องแบกรับความผิดทั้งหมดเพียงผู้เดียว และว่ารัฐบาลอินโดนีเซียต้องรับผิดชอบด้วย
สอดคล้องกับที่บริษัท PT Universal Pharmaceutical Industries กล่าวว่า บริษัทยาก็ตกเป็นเหยื่อของซัพพลายเออร์วัตถุดิบยาเช่นกัน พร้อมเสริมว่าบริษัทมีระบบการผลิตยาแก้ไอที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานอาหารและยาอินโดนีเซีย (เอฟดีเอ) มาเป็นเวลา 30 ปี และได้ซื้อวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์ที่มีใบอนุญาตจากเอฟดีเออีกด้วย
ขณะที่โฆษกกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า กำลังดำเนินการในเรื่องค่าชดเชย
ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา อินโดนีเซียประสบปัญหายาน้ำแก้ไอเจือปนสารพิษ ที่ทำให้มีเด็กกว่า 200 รายเสียชีวิตจากอาการไตวายเฉียบพลันตั้งแต่เดือนสิงหาคม นอกจากอินโดนีเซียแล้ว ยังมีรายงานการเสียชีวิตจำนวนมากในประเทศอื่นๆ เช่นกัน อาทิ แกมเบียและอุซเบกิสถาน

