คอลัมน์ไฮไลต์โลก : 10 เมืองแพงที่สุดในโลกสำหรับนักเดินทางทำธุรกิจ
ประเทศต่างๆ ทั่วโลกกลับมาเปิดประเทศกันอย่างเต็มสูบแล้ว เพื่อให้กิจกรรมต่างๆ ขับเคลื่อนฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ หลังจากซบเซาลงไปอย่างมากจากการติดอยู่ใต้มาตรการล็อกดาวน์ปิดประเทศ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
หนึ่งในภาคธุรกิจที่กำลังฟื้นตัวขึ้นคือ อุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยว ที่ผู้คนต่างกลับมาเดินทางท่องเที่ยวและการเดินทางเพื่อทำธุรกิจในประเทศต่างๆ กันได้อย่างเสรีแล้ว โดยไม่มีมาตรการจำกัดเข้มงวดเกี่ยวเนื่องกับโรคโควิด-19 มาเป็นอุปสรรคขัดขวางมากมายเหมือนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
ล่าสุดมีผลสำรวจของ ECA International ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษา ผู้ให้บริการข้อมูลและจัดการดูแลสิทธิประโยชน์ของแรงงานระหว่างประเทศในการเดินทางทั่วโลก ที่มีฐานดำเนินงานอยู่ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เกี่ยวกับเมืองที่แพงที่สุดในโลกสำหรับการเดินทางของนักธุรกิจในปี 2022 ระบุว่า มหานครนิวยอร์ก เมืองใหญ่ที่สุด เจริญที่สุดของสหรัฐอเมริกา และยังเป็นเมืองศูนย์กลางสำคัญในหลากหลายด้านของโลก ซึ่งได้ฉายาว่า “The Big Apple” ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่มีค่าใช้จ่ายครองชีพที่แพงที่สุดในโลกสำหรับนักเดินทางเพื่อทำธุรกิจ
โดยนิวยอร์ก มีอัตราค่าใช้จ่ายสำหรับนักเดินทางเพื่อทำธุรกิจ ตกเฉลี่ยที่วันละ 796 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 27,300 บาท(ที่อัตรา 34.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งการสำรวจครอบคลุมตั้งแต่ ค่าโรงแรมระดับ 4 ดาว ค่าอาหาร ค่าแท็กซี่ ค่าเครื่องดื่ม และ ค่าใช้จ่ายจิปาถะต่างๆ
ตามมาด้วยนครเจนีวา(สวิตเซอร์แลนด์) กรุงวอชิงตันดี.ซี.(สหรัฐ) เมืองซูริค(สวิตเซอร์แลนด์) นครซานฟรานซิสโก(สหรัฐ) นครเทลอาวีฟ(อิสราเอล) นครลอสแองเจลิส(สหรัฐ) กรุงลอนดอน(สหราชอาณาจักร) กรุงลูอันดา(แองโกลา) และ กรุงปารีส (ฝรั่งเศส) ที่เป็น 1 ใน 10 อันดับเมืองที่แพงที่สุดในโลกสำหรับนักเดินทางเพื่อทำธุรกิจ
การสำรวจของ ECA International ชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่อุปสงค์การเดินทางที่ลดลงจากโรคระบาด นำไปสู่อัตราค่าครองชีพใช้จ่ายที่ถูกกว่าในหลายๆ แห่งอย่างประเทศจีน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ฮ่องกง เป็นจุดหมายปลายทางที่แพงที่สุดในเอเชีย โดยมีอัตราค่าใช้จ่ายต่อวันเฉลี่ยที่ 520 ดอลลาร์สหรัฐ(ราว 17,800 บาท) สูงกว่าอัตราเฉลี่ยของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการเงินคู่แข่งในภูมิภาค ส่วนกรุงลูอันดา เมืองหลวงของแองโกลา เป็นเมืองที่แพงที่สุดในทวีปแอฟริกา

