กลับบ้าน! 31 เยาวชนยูเครนหวนคืนสู่อ้อมอกครอบครัว หลังถูกบังคับเข้าค่ายกักกันมอสโก
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน โดยอ้างอิงแถลงการณ์ขององค์กรสิทธิมนุษยชน “Save Ukraine” เมื่อวันที่ 8 เมษายน ว่า เยาวชนชาวยูเครนจำนวน 31 คน ได้หวนคืนสู่อ้อมอกของครอบครัวในยูเครนอีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังได้รับการช่วยเหลือผ่านปฏิบัติการส่งตัวพวกเขากลับสู่ประเทศบ้านเกิด ภายหลังถูกลักพาตัวออกจากภูมิภาคที่ถูกรัสเซียยึดครองและต้องมาเข้าค่ายกักกันในมอสโก
“ขณะนี้ปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งที่ 5 ใกล้ที่จะเสร็จสิ้นแล้ว การดำเนินการนี้มีความพิเศษในเรื่องจำนวนเยาวชนที่พวกเราสามารถช่วยเหลือกลับมาได้ รวมถึงความซับซ้อนของปฏิบัติการ” มิไคโล คูลีบา ผู้ก่อตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชน Save Ukraine กล่าว โดยองค์กรนี้ได้ช่วยเหลือญาติของเด็กยูเครนที่ถูกพาตัวไปรัสเซีย ในการวางแผน และจัดเตรียมระบบขนส่งและระบบโลจิสติกส์ที่จำเป็นในการพาลูกหลานของพวกเขากลับมา
คูลีบา ซึ่งเคยเป็นอดีตกรรมาธิการสิทธิเด็กของยูเครนกล่าวว่า เด็กๆ ทุกคนที่ได้รับการช่วยเหลือจาก Save Ukraine กล่าวว่า ไม่มีใครในรัสเซียที่ช่วยเหลือพวกเขาในการตามหาผู้ปกครองของตัวเองในยูเครนเลย และว่า มีคุณยายคนหนึ่งที่มีกำหนดจะได้พบเจอกับหลาน 2 คนของเธอที่ถูกส่งตัวมายังรัสเซีย แต่เธอกลับเสียชีวิตกะทันหันระหว่างการเดินทาง ทำให้เด็กๆ ทั้ง 2 ต้องอยู่ในรัสเซียต่อไป
“มีเยาวชนที่ต้องเปลี่ยนที่อยู่ถึง 5 ครั้งใน 5 เดือน ส่วนเด็กบางคนบอกว่าพวกเขาต้องใช้ชีวิตร่วมกับหนูและแมลงสาบ” คูลีบากล่าว และว่า เยาวชนชาวยูเครนจากภูมิภาคคาร์คีฟและเคอร์ซอนซึ่งเป็นพื้นที่ที่รัสเซียยึดครอง ถูกบังคับโยกย้ายถิ่นฐานไปยังสถานที่ที่ทางมอสโกเรียกว่าเป็นการเข้าค่ายฤดูร้อน

ในการแถลงข่าวของ Save Ukraine ครั้งนี้ ยังมีเยาวชนจำนวน 3 คนที่ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานในปฏิบัติการครั้งก่อนหน้าเข้าร่วมงานด้วย โดยพวกเขากล่าวว่า ตนเองถูกแยกจากครอบครัว เนื่องจากทางการรัสเซียได้กดดันพ่อแม่ของพวกเขาส่งลูกๆ ไปยังค่ายฤดูร้อนของมอสโก โดยคิดค่าใช้จ่ายเป็นเวลาสองสัปดาห์
เด็กๆ กล่าวอีกว่า พวกเขาถูกบังคับให้อยู่ที่ค่ายดังกล่าวเป็นเวลา 4-6 เดือน และถูกย้ายตัวจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งในช่วงดังกล่าว
“เราถูกปฏิบัติเหมือนสัตว์ และถูกกักกันในอาคารหนึ่งที่แยกออกไป” วิตาลี เยาวชนคนหนึ่งจากภูมิภาคเคอร์ซอนกล่าว พร้อมเสริมว่า พวกเขาถูกเจ้าหน้าที่ข่มขู่ว่า พ่อแม่ของพวกเขาไม่ต้องการพวกเขาอีกต่อไปแล้ว
ทั้งนี้ เคียฟประเมินว่า มีเด็กเกือบ 19,500 คนถูกบังคับพาตัวไปรัสเซีย นับตั้งแต่ที่มอสโกบุกโจมตียูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ซึ่งทางการประณามการกระทำนี้ว่าเป็นการเนรเทศออกนอกประเทศอย่างผิดกฎหมาย
ด้านรัสเซียที่ยึดครองพื้นที่บางส่วนทางทิศตะวันออกและทิศใต้ของยูเครน ปฏิเสธข้อกล่าวหาลักพาตัวเด็ก และตอบโต้ว่าเป็นการเคลื่อนย้ายประชาชนโดยคำนึงเรื่องความปลอดภัยของพวกเขาเป็นหลัก
ขณะที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ได้ออกประกาศหมายจับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย และมาเรีย ลโววา-บีโลวา กรรมาธิการด้านสิทธิเด็กของรัสเซีย ด้วยความผิดฐานลักพาตัวเยาวชนมาจากยูเครน ซึ่งรัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาของไอซีซี โดยกล่าวว่ารัสเซียไม่ยอมรับอำนาจศาลของหน่วยงานดังกล่าว และเรียกร้องให้หมายจับปูตินและลโววา-บีโลวาเป็นโมฆะ

