รายงานประจำปีของเครือข่ายผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน(อาร์เอสเอฟ) เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมระบุว่า ในปี 2559 นี้ มีนักข่าวที่ถูกจับขังคุกอยู่ทั่วโลกเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะในประเทศตุรกี ที่มีนักข่าวและคนในองค์กรสื่อถูกเจ้าหน้ารัฐจับขังคุกมากกว่า 100 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 หลังจากเกิดเหตุรัฐประหารแต่ล้มเหลวในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

รายงานของอาร์เอสเอฟระบุว่า ขณะนี้มีนักข่าว รวมถึงบล็อกเกอร์และนักข่าวอิสระ ที่ถูกคุมขังอยู่ทั่วโลกจำนวนทั้งสิ้น 348 ราย เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันนี้ในปีที่แล้วมากกว่าร้อยละ 6 นอกจากนี้ยังมีจำนวนนักข่าวหญิงที่ถูกจับขังเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึงกว่า 4 เท่า (จาก 5 เป็น 21 ราย) ซึ่งอาร์เอสเอฟชี้ว่า นี่สะท้อนให้เห็นภาพส่วนหนึ่งว่าผู้หญิงมีบทบาทมากขึ้นในวงการสื่อสารมวลชน แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือการสะท้อนให้เห็นสถานการณ์เลวร้ายของสื่อมวลชนในตุรกี ที่มีการจับกุมนักข่าวหญิงคิดเป็น 1 ใน 3 ของนักข่าวหญิงที่ถูกคุมขังอยู่ทั่วโลก
นอกจากตุรกีแล้ว จีน อิหร่านและอียิปต์ ยังเป็นประเทศที่มีการจับกุมนักข่าวคิดเป็นมากกว่า 2 ใน 3 ของนักข่าวที่ถูกจับขังคุกอยู่ทั่วโลก ขณะที่จำนวนนักข่าวที่ถูกจับเป็นตัวประกันในปีนี้มีจำนวน 52 ราย ทั้งหมดอยู่ในตะวันออกกลาง คือซีเรีย เยเมนและอิรัก ซึ่งลดลงจากปีที่แล้วที่มีอยู่ที่ 61 ราย
รายงานของอาร์เอสเอฟยังระบุเรียกร้องให้มีการจัดตั้งผู้แทนพิเศษเพื่อความปลอดภัยของผู้สื่อข่าวโดยตรง โดยทำงานภายใต้สำนักงานเลขาธิการยูเอ็น
วันเดียวกัน คณะกรรมการปกป้องสื่อมวลชน(ซีพีเจ) เผยแพร่รายงานระบุว่า ในปีนี้มีนักข่าวถูกจับกุมคุมขังอยู่ทั่วโลกจำนวน 259 คน ในจำนวนนี้อยู่ในตุรกี 81 คน โดยตัวเลขของซีพีเจ ถือว่าน้อยกว่าอาร์เอสเอฟ เนื่องจากซีพีเจนับเฉพาะจำนวนนักข่าวที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐจับกุม แต่ไม่นับรวมนักข่าวที่ถูกกลุ่มที่ไม่ใช่อำนาจรัฐจับไปเป็นตัวประกัน โดยซีพีเจยังจัด 5 อันดับประเทศที่นักข่าวถูกจับกุมคุมขังมากที่สุดได้แก่ ตุรกี ตามมาด้วย จีน อียิปต์ เอริเทรีย และเอธิโอเปีย ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกนับแต่ปี 2551 ที่ไม่มีอิหร่านติดอยู่ใน 5 อันดับแรกของผลการสำรวจของซีพีเจ

