สงกรานต์ชุ่มฉ่ำใจ
สานสัมพันธ์ไทย-เมียนมา 75 ปี
ภายใต้ท้องฟ้าอันสดใสและแสงแดดที่เจิดจ้า ปรากฏเจดีย์ทราย 3 องค์ตั้งตระหง่านกลางสนามหญ้า เคียงข้างคูหาร้านอาหารและอาคารที่ถูกประดับประดาไปด้วยธงตกแต่งหลากสี ลูกโป่ง และดอกไม้ บรรดาแขกเหรื่อซึ่งแต่งกายด้วยเสื้อลายดอกสีสันสดใสเดินกันขวักไขว่ด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มและแป้งดินสอพอง ใครจะเชื่อว่าภาพที่คุ้นตาเหล่านี้คือบรรยากาศของกิจกรรมวันสงกรานต์ในประเทศเมียนมา ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ร่วมกับ สมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมา (TBAM) สรรค์สร้างขึ้นมา ณ บริเวณทำเนียบเอกอัครราชทูต เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2566 เพื่อเปิดตัวการเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับเมียนมา
งานวันสงกรานต์นี้ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย แต่อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมที่ทำให้บรรดาผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงและนักธุรกิจของเมียนมา คณะทูตานุทูตจากสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำเมียนมา คณะนักธุรกิจ และชุมชนชาวไทยที่พำนักอาศัยในเมียนมา รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่สำคัญในเมียนมา ได้สัมผัสกับกลิ่นอายของวันสงกรานต์ที่สร้างความชุ่มฉ่ำหัวใจกันอย่างถ้วนหน้า

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ที่มี นายมงคล วิศิษฏ์สตัมภ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง เป็นเจ้าภาพในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา จากนั้นแขกผู้ใหญ่ได้เข้าร่วมพิธีสรงน้ำพระ และร่วมกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่การตักบาตรสตางค์ การเยี่ยมชมการก่อพระเจดีย์ทราย การสาธิตการแสดงตะกร้อลอดห่วง รวมถึงร้านอาหารและเครื่องดื่มที่มาร่วมให้บริการแก่ผู้เข้าร่วมงานทุกคน ด้านผู้เข้าร่วมงานยังมีโอกาสได้รดน้ำดําหัวและขอพรจากผู้ใหญ่ อาทิ เอกอัครราชทูตไทย จีน และกัมพูชา ประจำกรุงย่างกุ้ง และผู้แทนระดับสูงของเมียนมา รวมถึงรับชมแสดงต่าง ๆ เช่น การร้องเพลง Shwe mann taung yeik kho โดยทูตไทย ซึ่งเป็นเพลงที่นิยมร้องกันในเทศกาลตินจาง หรือขึ้นปีใหม่ของเมียนมา (Thingyan Festival) เพื่อสื่อให้ฝ่ายเมียนมาได้เห็นถึงความตั้งใจของฝ่ายไทยที่เปิดใจพร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่างไทยกับเมียนมา การร่ายรำเพลงไทยโดยนักศึกษาเมียนมาภาควิชาภาษาไทยของมหาวิทยาลัย Yangon University of Foreign Language (YUFL) และการขับร้องเพลงโดยคุณพลอย แชมป์รายการ golden song season 4 จากช่องวัน 31 อีกด้วย

ในช่วงการเปิดงาน ท่านทูตมงคลกล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงย่างกุ้ง และ TBAM รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีผู้มีเกียรติมาร่วมงานกันจำนวนมากในวันนี้ โดยเป็นการจัดขึ้นล่วงหน้าช่วงเทศกาลสงกรานต์ของไทย และเทศกาลตินจางของเมียนมา อันเป็นประเพณีที่เฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ด้วยการเล่นสาดน้ำตามขนบธรรมเนียมของทั้งสองประเทศ และด้วยความคล้ายคลึงทางวัฒนธรรมนี้ จึงเชื่อมั่นว่า การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงาม รวมถึงความเชื่อมโยงกันในระดับประชาชนจะเป็นเครื่องมือเชิงปฏิบัติที่สำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยปีนี้เป็นปีที่ 75 แล้วหลังจากที่ไทยและเมียนมาได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2491

สำหรับที่มาที่ไปของกิจกรรมในวันนี้ ท่านทูตมงคลให้สัมภาษณ์หลังสิ้นสุดงานว่า ในวาระโอกาสที่ปีนี้เป็นที่ 75 ของการสานสัมพันธ์ทางการทูตของไทยและเมียนมา สถานเอกอัครราชทูตไทยจึงมีความตั้งใจที่จะจัดกิจกรรมที่มีความหมายต่อทั้ง 2 ประเทศ ในการนี้จึงเกิดเป็นความคิดที่จะใช้ความคล้ายคลึงกันทางวัฒนธรรมมาเป็นตัวเดินเรื่อง สถานเอกอัครราชทูตจึงได้ใช้เทศกาลสงกรานต์ของไทย และเทศกาลตินจางของเมียนมา อันเป็นประเพณีที่เฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ด้วยการละเล่นสาดน้ำในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมร่วมในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มาเป็นธีมหลักของงานในครั้งนี้ เพื่อเป็นเหมือนการโหมโรงไปสู่การฉลองวันครบรอบความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 สิงหาคมของปีนี้ โดยท่านทูตมงคลบอกว่า จะมีการจัดกิจกรรมอื่น ๆ ตามมาเช่นเดียวกัน
เมื่อได้เห็นพี่น้องชาวไทยและเมียนมามาร่วมงานในวันนี้ ท่านทูตมงคลกล่าวว่ารู้สึกดีใจมากที่มีแขกกว่า 200 คนเดินทางมาร่วมงานสงกรานต์ที่ทางสถานทูตจัดขึ้น โดยแขกของงานยังประกอบด้วยนักธุรกิจและตัวแทนจากกลุ่มบริษัทที่ประกอบกิจการในเมียนมาในปัจจุบัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ชุมชนชาวไทยต่างมีความสมัครสมานสามัคคีและมีความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของเมียนมา อีกทั้งยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงการร่วมแรงร่วมใจกันของชุมชนชาวไทยทุกภาคส่วนในเมียนมา ต่อการตอบสนองต่อความคิดริเริ่มของทางสถานทูตจนสามารถจัดงานสงกรานต์-ตินจางในครั้งนี้ได้อย่างสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ท่านทูตมงคลยังแสดงความปลื้มปิติที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงและแขกจำนวนมากให้เกียรติมาร่วมงานในวันนี้ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า “เราสามารถที่จะใช้วัฒนธรรมเป็นสื่อกลางที่จะเชื่อมโยง 2 ประเทศให้มีความใกล้ชิดและความเข้าใจอันดีต่อกัน รวมถึงส่งเสริมความสัมพันธ์ตั้งแต่ระดับพื้นฐานระหว่างประชาชน โดยปราศจากนัยยะทางการเมือง” พร้อมย้ำว่า หากเราสามารถนำจุดเด่นนี้ไปประยุกต์ใช้กับกิจกรรมในส่วนอื่นๆ ด้วยได้คงจะเป็นเรื่องดีอย่างยิ่ง ทั้งต่อเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การค้าและการลงทุน รวมถึงความร่วมมือในเรื่องอื่นๆ
ในด้านความสัมพันธ์ทางการทูตของไทย-เมียนมาตลอด 75 ปี ท่านทูตมงคลกล่าวว่า แน่นอนว่าสำหรับประเทศ 2 ประเทศที่มีพรมแดนทางบกร่วมกันถึง 2,401 กิโลเมตร ซึ่งยังไม่นับรวมเขตทางทะเล คงหลีกเลี่ยงปัญหาต่าง ๆ ไม่พ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันก็คือการนำมาซึ่งโอกาสอีกมากมายเช่นกัน “ช่วงเวลาที่ผ่านมา 75 ปี เรารู้ซึ้งเลยว่า การที่เราทำให้ทั้ง 2 ประเทศมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นและมีความเข้าใจอันดีต่อกัน จะเป็นการสร้างโอกาสมากกว่า และต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น”

สถานเอกอัครราชทูตให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ซึ่งสะท้อนออกมาได้ดีผ่านงานในวันนี้ โดยท่านทูตมงคลกล่าวว่า ไม่ใช่แค่สถานเอกอัครราชทูตเท่านั้น แต่หากมองให้ลึกลงไปตั้งแต่องค์พระประมุขของประเทศ ไปจนถึงรัฐบาล และหน่วยงานในทุกระดับต่างก็ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันมาโดยตลอด เพราะเชื่อมั่นว่าจะเป็นการสร้างสิ่งยึดโยง และการถ่ายทอดนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุผลได้จริง ก็เป็นเรื่องสำคัญในความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดความท้าทาย การทูตระดับประชาชนนี้จะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งให้กับไทยในการรักษามิตรไมตรีระหว่างกันไว้ได้อย่างมั่นคง
เฉกเช่นในปัจจุบัน ที่แม้ว่าจะมีความท้าทาย จากทั้งประเด็นโควิด-19 ปัญหาทางการเมือง ตลอดจนโจทย์ทางเศรษฐกิจ แต่ไทยมีความเชื่อมั่นว่า ยังมีโอกาสอีกมากมายในการช่วยเหลือเมียนมาในด้านพัฒนาประเทศ และทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและรักปรองดองในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน

ท่านทูตมงคลยังบอกด้วยว่า เมื่อเรามองเห็นโอกาสมาก่อนปัญหา ก็จะนำพาไปสู่ทางออกของความท้าทายที่เกิดขึ้น อาทิ อาชญกรรมข้ามชาติ การหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตที่นำไปสู่ปัญหาอื่นๆ อย่าง การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ และยาเสพติด ปัญหาเหล่านี้ทำให้ประเทศทั้งสองต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด
“ปัญหาทำให้เราตระหนักว่า หากไทยนิ่งดูดายในประเด็นเหล่านี้ ก็จะทำให้เกิดความเสียหายกับประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ฉะนั้น หากเรามีกำลังและความพร้อมมากพอ เราก็จะช่วยเหลือสนับสนุนประเทศเพื่อนบ้านในการแก้ไขปัญหาที่ร้ายแรงหรือเรื่องที่ไม่สามารถดำเนินการได้เพียงลำพังและต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก” ท่านทูตมงคลกล่าว

ประเด็นคนไทยถูกหลอกให้มาทำงานที่เมียนมาก็เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ควรได้รับการแก้ไข ท่านทูตมงคลฝากบอกไม่เพียงเฉพาะคนไทย แต่รวมถึงคนต่างชาติว่า ให้พึงตระหนักและระมัดระวัง หากมีการโฆษณาชวนเชื่อให้ไปทำงานในที่ที่ไม่คุ้นเคย หรือในพื้นที่อันห่างไกล หากไม่มั่นใจอย่างไรสามารถติดต่อกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน เจ้าหน้าที่ความมั่นคงได้ พร้อมเน้นย้ำว่า ประเทศไทยไม่เพียงแต่จะร่วมมือกับทางเมียนมา แต่ยังประสานงานกับประเทศอื่นๆ ในการช่วยกันป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้พี่น้องชาวไทย และคนต่างชาติตกเป็นเหยื่อของขบวนการข้ามชาติที่ท้าทายกฎหมายในธุรกิจสีเทาเหล่านี้
สุดท้ายนี้ หากคนไทยในเมียนมามีปัญหาต้องการติดต่อสถานทูต สามารถติดต่อได้ผ่านเบอร์ฉุกเฉิน: (+95) 9797002801 ไลน์ไอดี: @395cxuuo รวมถึงเพจเฟซบุ๊ก: Royal Thai Embassy, Yangon และฝากติดตามการจัดกิจกรรมอื่นๆ ของสถานเอกอัครราชทูตในอนาคต เพื่อสร้างความแน่นแฟ้นให้กับชุมชนชาวไทยในเมียนมา ดังเช่น กิจกรรมสงกรานต์ในวันนี้ ซึ่งจะเป็นการตอกย้ำว่า ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนสามารถทำงานร่วมกันอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อเป้าหมายสูงสุดทางความสัมพันธ์อันดีและความใกล้ชิดของทั้งสองประเทศตลอดไป

